Categories
ข่าวรายวัน สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ ไลฟ์สไตล์

ดื่มชาอย่างไรให้ได้คุณประโยชน์สูงสุด

ดื่มชาอย่างไรให้ได้คุณประโยชน์สูงสุด 
 
 
การบรรยายวิชาการเมื่อปี2010 ในงานTED Talk ของนายแพทย์ Dr. William Li ได้สร้างกระแสความตื่นตัวกับแพทย์อเมริกันให้หันมาสนใจให้ความสำคัญกับ พืชผัก ผลไม้ เพื่อใช้บำบัด ยับยั้ง ป้องกัน เซลล์มะเร็งนอกเหนือจาก เคมีบำบัด และการฉายรังสี 
 
เพราะเนื้อหาสำคัญ Dr. William Li ที่ได้อธิบายถึงคุณสมบัติของ พืชผัก ผลไม้ (บางชนิดเท่าที่ท่านศึกษา)สามารถยับยั้งการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ของเซลล์มะเร็งได้( Anti-angiogenesis) นอกจากนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตุว่าโรคอ้วนนั้นก็มีขบวนการขยายตัวของเซลล์ไขมันคล้ายคลึงการขยายตัวของเซลล์มะเร็งด้วยการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ๆ(แต่เป็นเส้นเลือดที่ไม่มีคุณภาพ โครงสร้างไม่ปกติ ) ขึ้นมารองรับการเติบโต ดังนั้นหากเราหยุดยั้งสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ที่ผิดปกติเหล่านี้ได้( Anti-angiogenesis)ก็จะสามารถควบคุมโรคอ้วนได้เช่นกัน 
 
เราจึงสามารถบำบัด หรือป้องกันโรคร้ายแรงต่างๆเช่น มะเร็ง โรคหัวใจ เบาหวาน อัมพฤกษ์ ไขข้ออักเสบ โรคอ้วน ได้ด้วยการยับยั้งการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ (Angiogenesis) ที่ผิดปกติเหล่านี้ 
 
และที่ดูปฏิบัติได้ง่ายๆก็คือ การดื่มชาที่ถูกต้องก็สามารถยับยั้งขบวนสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ที่ผิดปกติ ได้ดีทีเดียว 
 
โดยคุณสมบัติเฉพาะตัว (1) ชาจีนอบมะลิ และ (2)ชาเขียว sencha จะมีประสิทธิภาพยับยั้งขบวนสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ที่ผิดปกติได้น้อยกว่า (3)ชา Earl Gray 
 
แต่ผลการทดสอบที่น่าทึ่งก็คือ 
เมื่อนำ ชาจีนอบมะลิ มาผสม ชาเขียว sencha
ปรากฏว่าชาผสมดังกล่าว มีผลยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ดีกว่าชาเดี่ยวๆทุกตัว รวมถึงชา Earl Greyด้วย 
 
หลักการนี้ Dr. William Li เรียกว่าFOOD SYNERGY นั้นคือพลานุภาพจากพลังร่วม การประสานที่ถูกต้องนี้ ทำให้ 1+1 ไม่เท่ากับ 2 แต่อาจกลายเป็น10 ได้ 
 
ดังนั้น พืช ผัก ผลไม้ ควรทานจากผลสด จะดีกว่าสารสกัดตัวใดตัวหนึ่ง และทานให้ครบหมวด ครบสี ดังที่แพทย์แผนจีนและอินเดียโบราณที่บอกให้ทานถั่วห้าสี เห็ดหกอย่าง ผลไม้เจ็ดสี เพื่อชีวิตยืนยาว 
 
ดังนั้นต่อนี้ไป เมื่อคิดจะดื่มชา อย่าดื่มแค่ให้อร่อยลิ้น กลิ่นระรื่นจมูก ลองหันมาดื่มชารวมมิตร เพื่อพิชิตโรคกันบ้างนะครับ
Categories
ข่าวรายวัน ผู้หญิง ความงาม สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ ไลฟ์สไตล์

วิธีเร่งผมยาว แบบธรรมชาติง่ายๆ ที่ได้ผลเร็วที่สุด

วิธีเร่งผมยาว วิธีเร่งผมยาวภายใน 1 อาทิตย์ วิธีเร่งผมยาวแบบธรรมชาติ ง่ายๆ ที่ได้ผลเร็วที่สุด

 
hair
เรียบเรียงโดย http://www.thlive.com
 
  ผมยาวถือเป็นสิ่งที่สาว ๆ ชื่นชอบและนิยมไว้กัน แต่สาว ๆ หลายคน กำลังประสบปัญหาผมเสียที่เกิดจากการทำผมอยู่บ่อยครั้ง จึงเป็นสาเหตุให้ต้องหั่นผมทิ้งไปซะมากมาย และอีกปัญหาที่ตามมาคือจะทำยังไงให้ผมกลับมายาวได้เหมือนเดิม ถ้าอยากรู้ล่ะก็มาดูวิธีเร่งผมยาวกันเลย
 

 

1. หวีผมบ่อย ๆ
  การหวีผมบ่อย ๆ จะช่วยกระตุ้นให้เลือดบริเวณหนังศีรษะไหลเวียนได้ดีขึ้น และจะช่วยทำให้ผมยาวไวขึ้น
 
2. สระผมทุกวัน
  สำหรับคนที่มีผมสั้นสามารถสระได้ทุกวัน หากใครที่มีผมยาวอยู่แล้วจะสระวันเว้นวันก็ได้ ในระหว่างสระผมควรนวดบนหนังศีรษะเบา ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
 
3. นวดหนังศีรษะยาวว่าง
  หากมีเวลาว่าง ๆ ลองนวดหนังศีรษะกันดูบ้างจะให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และส่งผลให้การเจริญเติบโตของเส้นผมเป็นไปด้วยดี
 
4. ใช้ยาสระผมออร์แกนนิก
  ยาสระผมออร์แกนนิก คือ ยาสระผมที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี เมื่อใช้แล้วทำให้หนังศีรษะได้รับสารที่มีประโยชน์จากธรรมชาติมากขึ้น และไม่มีสารเคมีตกค้างบนหนังศีรษะ จึงส่งผลให้ผมยาวเร็วขึ้น
 
5. ใช้เซรั่มเร่งผมยาว
  ปัจจุบันเซรั่มเร่งผมยาวมีให้เลือกใช้กันอยู่มากมาย จะช่วยในเรื่องของการบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง รวมถึงกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมด้วยเช่นกัน
 
  เมื่อรู้ถึงวิธีเร่งผมยาวกันแล้ว ใครที่มีปัญหาผมยาวช้าอยู่ล่ะก็จะมัวรีรออะไร มาเริ่มปฏิบัติการเร่งผมยาวกันตั้งแต่วันนี้เลยดีกว่า 
 
Categories
ข่าวรายวัน สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ ไลฟ์สไตล์

วิธีเลิกบุหรี่ บุหรี่เลิกยาก แต่เลิกได้!

บุหรี่เลิกยาก แต่เลิกได้!

บุหรี่เลิกยาก แต่เลิกได้!

วิธีเลิกบุหรี่ บุหรี่เลิกยาก แต่เลิกได้!

วิธีเลิกบุหรี่ เลิกบุหรี่ โทษของบุหรี่ วิธีการเลิกบุหรี่ วิธีเลิกสูบบุหรี่ วิธีเลิกบุหรี่แบบง่ายๆ

เรียบเรียงโดย http://www.thlive.com

                หากตอนนี้คุณเป็นนักสูบตัวยง แต่ยังโชคดีที่มองเห็นโทษภัยจากบุหรี่ที่จะมีผลต่อตัวคุณเองและคนรอบข้าง รวมถึงคนที่คุณรัก และพยายามอย่างมหาศาลในการเลิก แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว แม้คุณจะพยายามมาแล้วกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็กลายเป็นว่าคุณก็แพ้มันในทุกๆครั้งไป แม้ว่าจะใช้วิธีเลิกบุหรี่มาแล้วมากมาย แต่สุดท้ายคุณก็ต้องยอมศิโรราบให้กับความร้ายกาจของสิ่งเสพติดชนิดนี้


                ทำไมการเลิกบุหรี่จึงดูจะเป็นเรื่องยากแสนยาก

                การสูบบุหรี่ถือว่าเป็นการเสพติดทั้งทางร่างกายและเป็นพฤติกรรมการเสพติดทางจิตใจด้วย ซึ่งเกิดจากสารที่มีชื่อว่านิโคตินในบุหรี่ ที่ก่อให้เกิดการเสพติดทั้งชั่วคราวไปจนถึงระดับรุนแรง การพยายามเลิกบุหรี่จึงทำให้คุณอาจจะเกิดภาวะหดเกร็งของกล้ามเนื้อและรู้สึกอยากจะสูบมันอีกครั้ง เนื่องจากสารนิโคตินจะเข้าไปมีผลกระทบกับสมอง ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จากความเครียด ความเศร้าความกังวลรวมถึงความเบื่อหน่ายทั้งหลาย เมื่อคุณพยายามจะเลิกมัน ร่างกายจะเกิดความเครียดขึ้นมา จึงทำให้คุณรู้สึกถึงความเคยชินที่จะใช้มันบำบัดความเครียดเหล่านั้นอีกครั้ง นั้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณล้มเหลว ในขณะเดียวกันความเคยชินจากการสูบในชีวิตประจำวัน รวมถึงมีกลุ่มเพื่อนนักสูบด้วยกันชักชวน ซึ่งเป็นการยากที่จะตอบปฏิเสธ ก็เป็นอีกสาเหตุที่จะทำให้คุณไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้เช่นกัน

                เริ่มต้นการเลิกบุหรี่ทันทีที่คุณรู้สึกอยากจะเลิกมัน!

วิธีเลิกบุหรี่ บุหรี่เลิกยาก แต่เลิกได้!

                วิธีเลิกบุหรี่ที่ได้ผลที่ดีที่สุด คือ”การเริ่มต้น” แต่ไม่ใช่การหักดิบ เพราะจะทำให้ร่างกายของคุณไม่สามารถปรับตัวได้และจะเกิดความกระวนกระวายและความอยากจนไม่สามารถอดทนได้ สิ่งที่คุณควรจะทำเมื่อต้องการเลิกบุหรี่อย่างจริงจังคือ

                1.เริ่มต้นโดยการสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเอง และเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม วางแผนว่าคุณจะพยายามงดบุหรี่ใน 1 อาทิตย์อย่างไร เช่น หากคุณชอบสูบบุหรี่ในที่ทำงาน 5วัน ดังนั้นวันหยุด 2วัน คุณควรจะพยายามที่จะไม่สูบมันให้ได้ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายของคุณค่อยๆปรับตัว

                2.ประกาศให้ครอบครัว และคนที่คุณรู้จักว่าคุณจะเลิกบุหรี่ และบอกความต้องการที่จะให้พวกเขาช่วยเป็นแรงสนับสนุนและกำลังใจให้คุณในการเลิกมัน และพยายามหาคู่หูที่ต้องการเลิกบุหรี่มาเริ่มต้นไปด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้คุณทั้งสองคนช่วยเหลือและเข้าใจความรู้สึกของความยากลำบากมากกว่าคนอื่นๆ

                3.สร้างความหวังและความท้าทายในการเผชิญหน้ากับการเลิกบุหรี่ พยายามทำให้การเลิกบุหรี่เหมือนเกมส์ๆหนึ่งที่คุณต้องผ่านมันไปให้ได้ ทำให้มันเป็นเรื่องที่ท้าทาย ยิ่งใน 3 เดือนแรกของการเลิกมันจะสร้างความทรมานให้คุณอย่างมาก จากการขาดนิโคติน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คุณต้องสร้างแรงจูงใจให้แก่ตัวเองมากที่สุด

                4.กำจัดทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นบุหรี่หรือเกี่ยวข้องกับมัน ให้ออกไปจากชีวิตของคุณทั้งที่บ้านและที่ทำงาน  ทำความสะอาเสื้อผ้าของคุณให้ไม่มีกลิ่นควันจากบุหรี่ รวมไปถึงสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆด้วย เพื่อให้คุณจะได้ไม่ต้องกลับไปนึกถึงมันอีกครั้ง

                5.ปรึกษาแพทย์เพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณเลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งแพทย์อาจจะมีคำแนะนำดีๆรวมถึงยาดีที่จะช่วยให้มันเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้โอกาสการเลิกบุหรี่ของคุณสำเร็จผลได้ง่ายและเร็วขึ้น

                หลังจากที่คุณผ่านพ้นช่วงเวลาความทุกข์ทรมานจากวิธีเลิกบุหรี่ไปได้แล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณจะได้รับคือความภาคภูมิใจอย่างเป็นที่สุด และเมื่อวันใดที่คุณรู้สึกอยากจะกลับไปสูบมันอีกครั้ง ให้คุณลองนึกถึงช่วงเวลาที่คุณใช้ไปกับการเลิกบุหรี่และความยากลำบากที่ผ่านมานั้นจะสูญเปล่าโดยสิ้นเชิง คุณจะต้องกลับมานั่งเสียใจ รวมถึงคนรอบข้างก็จะผิดหวังในตัวคุณด้วย ดังนั้นคุณต้องปัดความคิดนี้ออกไปจากหัวคุณทุกครั้งก่อนที่มันจะเข้าครอบงำคุณได้อีก สำหรับใครที่มีอาการเครียด สามารถอ่านได้ที่ http://www.thlive.com/14198-stress.html

Categories
ข่าวรายวัน สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ ไลฟ์สไตล์

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ วิธีดูแลสุขภาพด้วยตนเอง

ศาสตร์ธรรมชาติบำบัดแก้อาการปวดหัว

วิธีดูแลสุขภาพด้วยตนเอง

                ภาวะเครียดเป็นภาวะหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน เป็นสาเหตุนำไปสู่อาการปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง ผู้คนในยุคที่เร่งรีบนี้ต่างก็ดูแลสุขภาพของตนเองด้วยยาที่ช่วยให้หายจากความเจ็บปวดเพียงชั่วคราว คิดเพียงว่าให้เพียงพอกับสามารถใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ผ่านไปได้เท่านั้น เมื่อเกิดความเครียดขึ้นมาอีกเราก็หายาตัวเดิมมาบรรเทาอาการอีก เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนเป็นความเคยชิน โดยไม่คำนึงถึงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นต่อร่างกายในระยะยาว

 

               

มีการดูแลสุขภาพวิธีหนึ่งที่อยากจะเอามาแนะนำสำหรับคนที่มีอาการปวดหัวเรื้อรัง โดยใช้ศาสตร์การรักษาโยวิธีการทางธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า ธรรมชาติบำบัด ซึ่งกำลังเริ่มเป็นที่นิยมและได้รับความสนใจอยู่ในปัจจุบัน เป็นหลักการรักษาที่ใช้การพึ่งพาตนเองเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการกินยาแผนปัจจุบันที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย และยังก่อให้เกิดการสะสมของสารพิษในร่างกาย

               

อาการปวดหัวของมนุษย์ในยุคนี้นั้น ต้องเริ่มหาสาเหตุหลักๆก่อนว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งอาจจะเกิดจากภาวะเครียด มลภาวะในสิ่งแวดล้อม การพักผ่อนน้อย รวมไปถึงอาหารการกิน หากเกิดจากการไม่ดูแลสุขภาพที่กล่าวมาข้างต้น ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสีย ส่วนในเรื่องอาหารการกินนั้น ควรงดอาหารจำพวกขนมที่มีปริมาณแป้งและน้ำตาลสูง หันมากินอาหารรสจืด หลีกเลี่ยงอาหารรสชาติหนัก เค็มจัด หวานจัด หันมากินอาหารจำพวกโปรตีนจากถั่วแทน พยายามหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป หรือเนื้อสัตว์เพราะจะทำให้ย่อยยาก ทานผักและผลไม้ในทุกๆมื้ออาหาร ตื่นเช้าเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ หัดเล่นโยคะหรือนั่งสมาธิซึ่งจะช่วยเรื่องภาวะเครียดได้เป็นอย่างดี เป็นการปรับสมดุลทางอารมณ์ให้ห่างไกลความเครียด เป็นหลักการเยียวยาตามธรรมชาติเช่นกัน และอย่าลืมปรับสมดุลร่างกายโดยวิธีการทำดีท็อกซ์บ้างเพื่อขับสารพิษจากสิ่งต่างๆที่เราเจอมาในชีวิตประจำวัน

               

อาการปวดหัวเรื้อรังจะหายไปได้อย่างแน่นอนหากเรารู้จักการดูแลสุขภาพของตนเองด้วยวิธีการง่ายๆเหล่านี้ ซึ่งไม่มีส่วนไหนเลยที่จะทำให้เราต้องซื้อยาเสริมอาหารราคาแพงๆมากิน เพียงแค่หลักการง่ายๆที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาให้เราเยียวตัวเองเหล่านี้เท่านั้น ขึ้นอยู่กับตัวคุณเท่านั้นว่าจะยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือจะใช้ชีวิตอยู่ในวงเวียนของความเจ็บป่วยไปวันๆเช่นเดิม

Categories
สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ

ระวังภัย ในอาหารสังคมเมือง ปัจจุบัน

มีภัยที่ปนเปื้อนในอาหารตามร้านสะดวกซื้อ ร้านข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว มากมายในสังคมเมืองทุกวันนี้ นี่เป็นเรื่องจริงอีกสองตัวอย่าง 
 
 

 

 
1) เมื่อวานน้องคนหนึ่งซึ่งเป็นสาวออฟฟิศเล่าให้ฟังว่า ปกติอาหารเช้าของเธอมักจะเป็นแซนวิชจากร้านสะดวกซื้อ เพราะอยู่ในหีบห่อทันสมัย ดูสะอาดสะอ้าน และมีบริการอุ่นให้ด้วย รสชาติของอาหารก็โอเค แต่เมื่อวานนี้เธอรีบเพราะสายแล้ว จึงหยิบแซนวิชห่อนั้นไปชำระเงินโดยไม่ได้ใช้บริการอุ่นพร้อมทาน เมื่อถึงที่ทำงานเรียบร้อยก็จัดการนำแซนวิชในห่อนั้นเตรียมอุ่นในไมโครเวฟของสำนักงาน เมื่อแกะห่อออกดูก็เห็นว่าแซนวิชนั้นราขึ้น จึงพลิกดูวันหมดอายุที่ข้างซอง ก็พบว่า แซนวิชนั้นยังไม่ถึงวันหมดอายุ เมื่อถึงเวลาพักจึงนำแซนวิชพร้อมบรรจุภัณฑ์ไปที่ร้านสะดวกซื้อที่เธอซื้อมา แจ้งเหตุกับพนักงาน ซึ่งพนักงานของร้านก็จัดการเปลี่ยนให้ด้วยดี เมื่อได้แซนวิชห่อใหม่ เธอก็แกะออกมาตรวจดูทันที (และเตรียมจะให้พนักงานช่วยอุ่นให้ด้วย) แต่ก็พบว่า แซนวิชในห่อนั้นมีเชื้อราเช่นกัน พนักงานจึงคืนเงินให้พร้อมกับขอโทษขอโพยอย่างดีมาก
ปัญหาที่เธอรู้สึกก็คือ ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยตรวจดูแซนวิชเลย เมื่อหยิบให้พนักงาน ก็ขอให้พนักงานอุ่นให้ทันที ทั้งเธอและพนักงานไม่เคยตรวจดูว่า แซนวิชนั้นอยู่ในสภาพใด และเธอก็รู้ด้วยว่า ในเวลาเช้าๆ นั้น ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้มีลูกค้ามาก แทบเป็นไปไม่ได้ที่พนักงานจะฉีกซองแล้วตรวจสภาพอาหาร “สยองนะพี่ ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเกิดเหตุแบบนี้บ้างหรือเปล่า หรือนี่เป็นแจ็คพ็อตแรกของหนูก็ไม่รู้”.
…………………………………………………..
 
2) อีกเรื่องนี้เป็นเรื่องของเราเอง ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าเรื่องแรก
วันก่อนเราเตรียมทำก๋วยจั๊บญวนเพราะมีเส้นก๋วยเตี๋ยวชนิดนี้เก็บไว้พักหนึ่งแล้ว ดันทุรังทำทั้งๆ ที่เครื่องปรุง ส่วนประกอบต่างๆ ไม่ได้เตรียมให้พร้อม 
 
ปกติอาหารชนิดนี้จะมีส่วนประกอบสำคัญ 2 ชนิดคือ ซี่โครงหมู กับ หมูยอ แต่คนที่จะกินก๋วยจั๊บของเรานี้นิสัยต่างกัน คือคนหนึ่งชอบซี่โครงหมูแต่เฉยๆ กับหมูยอ ส่วนอีกคนหนึ่งไม่ค่อยชอบซี่โครงหมูและไม่กินหมูยอเลย ทำให้มีปัญหาว่าคนหลังนี้อาจจะเกิดอาการน้อยเนื้อต่ำใจ (แล้วชีวิตเราก็จะมีปัญหาแน่ๆ) นึกไปนึกมา 
 
ในที่สุดเราก็เลยไปซื้อหอยจ๊อสำเร็จรูปห้าดาวมา 1 ไม้ เพื่อใช้ทำอาหารชนิดนี้ และตัดสินใจซื้อกุ้งแช่แข็งมาด้วย แม้จะรู้ว่าไม่ค่อยดีแต่นานๆ กินทีคงไม่เป็นไร (เพราะเด็กที่ไม่ชอบหมูยอ ชอบกินหอยจ๊อ และ กุ้ง แต่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อที่ซื้อในวันนี้)
 
ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี น้ำซุปรสจัดด้วยรสชาติของเครื่องปรุงที่ละลายออกมาพร้อมกับหอยจ๊อ จะมีก็เพียงเสียงบ่นเล็กๆ น้อยๆ ว่า กุ้งมีกลิ่นบางอย่างคล้ายกลิ่นยา (แต่เราก็ใส่กุ้งแค่ 3 ตัว ในก๋วยจั๊บทั้งหม้อ เพราะเห็นว่ามีเนื้อสัตว์เยอะแล้ว ^^) สมาชิกก๋วยจั๊บบอกว่า –ทีหลังอย่าใส่กุ้งแบบนี้อีกเลยนะ กลิ่นมันแปลกๆ 
 
– ตกลงปรากฏว่าตกดึกคืนนั้น เรามีผื่นเม็ดเล็กๆ แสบคัน คล้ายการอักเสบ ตอนแรกเราคิดว่าเราอาจจะแพ้ฝุ่น แต่ก็รู้สึกว่าไม่น่าจะใช่ รู้สึกแปลกใจแต่ไม่ได้สนใจมากเพราะดึกแล้ว 
 
จนเช้าของอีกวันเรารู้สึกว่า ลิ้นชา ท้องอืด ทบทวนไปมาก็เริ่มสงสัยหอยจ๊อห้าดาวที่ซื้อมา เพราะเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารมื้อนั้นและเป็นส่วนประกอบที่เราไม่เคยใช้มาก่อน 
 
นึกขำๆ อยู่ว่า อาหารห้าดาวยี่ห้อนี้ อร่อยห้าดาว หรือ กระหน่ำเครื่องปรุงห้าดาวก็ไม่รู้ 
อยากเตือนคนเมืองสมัยใหม่ บางทีต้องนึกถึงเครื่องปรุงที่แฝงมาในอาหารสำเร็จรูปบ้าง ไส้กรอก แฮม มายองเนส หอยจ๊อ ขนมจีบ
 
–บางทีเขียนเรื่องแบบนี้ก็รู้สึกว่า คนอ่านบางคนอาจจะรู้สึกว่า คิดแบบนี้ก็ไม่ต้องกินอะไรกันพอดี 
 
– เราว่า ก็ลองจัดตัวเองให้มันพอเหมาะ บางคนอาจจะไม่มีอาการแพ้แบบเราก็ได้ เราอาจจะ ไว เกินไป แต่บางเรื่องก็ต้องฝึกร่างกายให้ไวต่อสิ่งแปลกปลอมบ้าง ไม่อย่างนั้นกว่าเราจะรับรู้บางสิ่งบางอย่างในร่างกาย มันอาจจะช้าเกินไป 
 
 
รายงานข่าวโดย K.Arunjitra T-Arj