Categories
ข่าวรายวัน ผู้หญิง ความงาม สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ เก็บตกจากเมล์ ไลฟ์สไตล์

เทคนิคประสบการณ์วิธีการลดความอ้วน 3 แบบ ที่ทำแล้วได้ผลจริง

วันนี้จะมาบอกเล่าเทคนิคประสบการณ์วิธีการลดความอ้วน 3 แบบ ที่ทำแล้วได้ผลจริงนะคะ

ประสบการณ์วิธีการลดความอ้วน


1.การกินคลีน

การกินคลีน

คือการกินอาหารตามธรรมชาติไม่ปรุงแต่ง ไม่กินอาหารสำเร็จรูป เน้นผักออแกนิค และครบ5หมู่ ไม่หวาน ไม่มัน ไม่เค็ม กินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ข้าวไม่ขัดสี ขนมปังโฮล์วีต กินไขมันดีเช่นน้ำมันปลา น้ำมันมะกอก แต่ก็ไม่ได้ใส่มากไป พอแค่เคลือบกะทะลื่นๆ และมีอาวุธสำคัญคือ กะทะเทปลอน วิธีนี้ใช้ทฤษฎีเพิ่มน้ำย่อยที่ใช้ในการเร่งเผาผลาญ ให้ร่างกายได้มีการเผาผลาญให้มากที่สุด และต้องทำพร้อมกับการออกกำลังกายด้วยการคาดิโอด้วยคะจึงจะเห็นผลดี วธีธีการนี้ก็คือวิธีการสร้างเตาเผาในร่างกายนี่เอง วิธีนี้ทำให้ลดน้ำหนักได้รวดเร็วทันใจ
** ข้อเสียคือ ถ้าคุณตะบะแตกเมื่อไหร่ คุณจะกินไม่ยั้ง ไม่ยั้งจริงๆ ทำให้น้ำหนักกลับขึ้นเร็วมากๆ ดังนั้นใครใช้วิธีนี้ลดความอ้วนต้องมีระเบียบวินัยและใจแข็งจริงๆคะ


2.ลดขนาดกระเพาะ

ลดขนาดกระเพาะ
มีคนบอกอยากลดความอ้วนแต่กินผักไม่ได้จริงๆ กินคลีนคงไม่ไหว มันก็มีอีกวิธีนึงที่เคยคุยกับคุณหมอที่หาอยู่ คือเค้าว่า
-ต้องไม่ทอด
-รสไม่จัด 
-แบ่งอาหารเป็น4-5 มื้อ มื้อละน้อยๆ
-จิบน้ำทั้งวัน ให้ได้2 ลิตร ไม่ใช่กระดกกินครั้งละมากๆจะกดกระเพาะปัสวะใช้จิบ
-ออกกำลังกายวันละ30นาที
วิธีการนี้คุณหมอบอกว่าเป็นการเพื่อลดขนาดกระเพาะ ให้กระเพาะเล็กลง ทำแบบนี้สามเดือน กระเพาะจะหด และจะกินได้ในปริมาณจำกัดคือกินน้อยไปเองโดยธรรมชาติคะ


3.คำนวณแคลอรี่

วิธีนี้คุณต้องพกสมุดจดเล็กๆไว้ว่าวันนี้คุณกินอะไรไปบ้างและควบคุมให้อยู่ที่ 1200 – 1300 แคลลอรี่ ต่อวัน ร่วมกับการออกกำลังกาย คาดิโอให้ร่างกายเผาพลาญไป วันละ 200 แคลอรี่เป็นอย่างต่ำ น้ำหนักก็จะคงที่ วิธีนี้ทั่วไปเรามักจะใช้เมื่อเราลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นมาจนถึงน้ำหนักที่ต้องการแล้ว และจึงใช้วิธีนี้เพื่อรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่คะ
มีเทคนิคว่าน้ำหนัก1กิโลกรัม เทียบได้
กับพลังงาน 7000แคลอรี่
ตัวอย่าง คนที่ เร่งลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้เค้าจะลดวันละ 1000 เลยคะกรณีเร่งนะ
คือถ้าคุณลดแคลอรี่ลงไป 1000 แคลอรี่ต่อวันจากที่ร่างกาย
ต้องการต่อวัน นั่นคือ 7000แคลอรี่ต่อสัปดาห์
ดังนั้นก็น่าที่จะลดน้ำหนักลงไปได้อาทิตย์ละ 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์
การลดแบบนี้ไม่ควรเป็นการอดอาหารนะคะ ควรเป็นการเลือกทานและเผาพลาญออกด้วยการออกกำลังกายคะ
แต่ถ้าไม่เร่ง เอาซักเดือนละ 2โลพอก็ กิน1200 ออกกำลังกายให้ได้วันละ 500 แคลอรี่คะ
สุดท้ายขอฝากเรื่องการกินอยากให้ยึดหลัก พิรามิดอาหาร5หมู่ด้วยนะคะ
การลดน้ำหนักให้ลงเร็วเกินไปก็ไม่ดีนะคะมีโอกาศเสี่ยงเป็น นิ่วในถุงน้ำดีได้ ควรกะการลดว่า อาทิตย์ละ ครึ่งโลบ้าง หนึ่งโลบ้าง จะดีกว่าโหมพรวด แล้วเป็นนิ่วถุงน้ำดีทีหลังนะคะ

Categories
ข่าวรายวัน สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ ไลฟ์สไตล์

หลังงดอาหารเข้ม ควรเริ่มอาหารแบบไหนดี

#หลังงดอาหารเข้ม ควรเริ่มอาหารแบบไหนดี

หลังงดอาหารเข้ม ควรเริ่มอาหารแบบไหนดี

ป้าหมอขอขอบคุณ คุณเจี๊ยบที่ช่วยแชร์ประสบการณ์ "วิธีการกลับมาเริ่มกินอาหารทีละอย่าง" สำหรับลูกที่กินนมแม่แล้วมีปัญหาแพ้อาหารหลายอย่างที่ผ่านทางน้ำนมแม่ จะช่วยให้คุณแม่ที่มีปัญหาแบบเดียวกันทราบวิธีและทำตามได้ไม่ยากค่ะ สำหรับผู้สนใจความรู้เรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการแพ้อาหาร เข้าไปหาความรู้เพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ "ชมรมรักเด็กขี้แพ้" ค่ะ

"เวลาที่คิดจะเริ่มอาหารชนิดใหม่หลังจากงดเข้มนะคะ เจี๊ยบทำแบบนี้นะคะ

หลังจากช่วงที่งดเข้ม พอน้องอาการดีขึ้นจนอึปกติแล้วนะคะ ลูกชายแพ้อาหารแล้วอึเป็นมูกเลือด

สิ่งแรกที่คิดคือเพิ่มชนิดอาหารที่แม่กินอยู่ โดยเจี๊ยบยังไม่เริ่มเครื่องปรุงนะคะ แต่เริ่มเพิ่มชนิดผักก่อนเพราะคิดว่าเดี๋ยวพอลูก 6 เดือนต้องกินอาหารเสริมแล้ว อย่างน้อยต้องมีผักที่ลูกกินได้มาตุนไว้บ้าง เริ่มเพิ่มผักทีละชนิดจากสีขาว ไล่ไปเขียว ชนิดละ 2 สัปดาห์ ส่วนผักสีเหลือง ส้ม แดง ยังไม่ลอง รอไปลองตอนลูกครบ 1 ขวบ เมื่อผักผ่านได้ 5-6 ชนิดแล้ว

ต่อมาเจี๊ยบถึงเริ่ม ซีอิ๊วถั่วเหลืองล้วนยี่ห้อเมก้าเชฟ เพราะยี่ห้ออื่นจะมีแป้งสาลีปน ถ้าผ่านก็ต่อด้วยแม็กกี้ฝาแดง มีแป้งสาลี แล้วค่อยลองน้ำปลา เดี๋ยวนี้มีน้ำปลาที่ทำจากปลาน้ำจืด ลองดูก่อน แล้วค่อยลองน้ำปลาทะเลก็ได้ น้ำมันหอยเก็บไปลองหลัง 1 ขวบ

เมื่อเครื่องปรุงผ่านเจี๊ยบก็ลองปลาค่ะ จริงๆเริ่มปลาน้ำจืดก่อนจะดีกว่า เพราะอาหารเสริมก็อยากให้ลูกกินปลาได้ พอผ่านค่อยต่อด้วยปลาทะเลเนื้อขาวค่ะ แล้วก็ ปลาเนื้อส้ม ปลาเนื้อแดง

กุ้ง หอย ปลาหมึก เจี๊ยบเริ่มกินหลังลูกครบ 1 ขวบ แต่จะให้เค้าลองทานเอง 2 ขวบค่ะ 

ไข่ ตัวเจี๊ยบมากินตอนลูก 1.3 ขวบ สังเกตลูกกินผ่าน ถึงค่อยป้อนไข่ลูกตอน 1.4 ขวบโดย กินนานๆที เพราะพี่สาวแพ้ไข่ 

เคยไปทำ patch test ก่อนน้องอายุครบ 6 เดือน เป็นแนวทางตอนเริ่มอาหารเสริม แต่สุดท้ายผลที่ได้ก็ไม่ได้บอกอะไรเพิ่มเติม ผลได้จากแม่สังเกตเองทั้งนั้น

ไม่ได้บอกว่าวิธีไหนในการเริ่มอาหารกลับมาเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่มันเวิร์คสำหรับเราค่ะ และเป็นแนวทางให้เผื่อใครกำลังงงมากๆ กับตัวเอง ว่าจะเริ่มยังไงดี หวังว่าจะมีประโยชน์นะคะ"

สาระดีๆจากเพ็จ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

Categories
ข่าวรายวัน สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ

จรรยาบรรณ เภสัชกร ร้านยา

จรรยาบรรณ เภสัชกร ร้านยา

ความถูกต้อง จรรยาบรรณบางครั้งอาจไม่ถูกใจผู้คนทั่วไป โดยเฉพาะอาชีพคนขายยาอย่างเภสัชกรที่ต้องคำนึงถึง "จรรยาบรรณ" เป็นสำคัญควบคู่กับการค้าขายที่ต้องหวังผลกำไร เรื่องความเชื่อ หรือคำบอกต่อของเพื่อนบ้าน หรือบทความเลื่อนลอยในอินเตอร์เน็ต เป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างมาก อย่างกรณียาฆ่าเชื้อ หรือที่คนทั่วไปมักจะเรียกว่า ยาแก้อักเสบ แต่ความจริงแล้วทางการแพทย์ คำว่าอักเสบ หมายถึงปวด บวม แดง ร้อน คือไม่มีแผลเปิด ไม่มีหนอง ส่วนกรณีที่เป็นแผลเปิด มีหนอง ความจริงเรียก "ติดเชื้อ" คนไทยมักจะเรียกทั้งการติดเชื้อ และอักเสบปะปนกันไป ทำให้การซื้อยามาใช้เองนั้นมักได้ยาที่ไม่ตรงกับโรค เอะอะคนไทยก็มักจะเรียกหายาแก้อักเสบ ซึ่งหมายถึงยาฆ่าเชื้อ แต่ความจริงไม่ได้มีการติดเชื้อ เพียงแต่มีอาการอักเสบ แต่เมื่อกินแล้วรู้สึกว่าอาการดีขึ้น มักไม่เกี่ยวกับตัวยา แต่เป็นเพราะภูมิร่างกายมันรักษาตัวเอง


การกินยาฆ่าเชื้อของคนไทยจำนวนมาก มักกินตามใจตนเอง บางรายกินเพียงเม็ดสองเม็ดก็หยุดยา ซึ่งนับว่าเป็นวิธีการที่ผิด และมีโทษอย่างมหันต์ เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการดื้อยาได้อย่างมาก องค์การอนามัยโลกได้มีการคาดการณ์ไว้ว่า หากพฤติกรรมของคนไทยยังเป็นเช่นนี้ อีก 20 ปี ผู้ป่วยอาจไม่มียาในการรักษาการติดเชื้อ เพราะพฤติกรรมการใช้ยาอย่างผิดวิธี

ดังนั้นไม่ว่าจะกินยา หรือได้รับยาอะไรมา หากรักชีวิตจริงๆ ก็ต้องสอบถาม และปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์ และคำแนะนำของเภสัชกรในการใช้ยาทุกครั้ง ยาตัวใดต้องกินหลังอาหารทันที หรือต้องกินต่อเนื่องจนครบ หรือจะมีวิธีการใช้อย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะยาทุกตัวได้รับการวิจัย วิเคราะห์ ศึกษามาแล้วว่าจะต้องใช้อย่างไรถึงจะมีประสิทธิภาพในการรักษา ปลอดภัย และเหมาะสม
หากต้องการเลือกซื้อยา (ที่ไม่ใช่ยาบรรจุเสร็จ) ควรเลือกซื้อในร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำตลอดเวลาทำการ และเภสัชกรจะต้องเป็นคนเดียวกับป้ายอนุญาต และใบประกอบวิชาชีพที่ติดตั้งอยู่ในร้าน หากหน้าตาไม่ตรงกับป้ายให้สันนิษฐานว่าไม่ใช่เภสัชกร ถึงเป็นเภสัชกรจริงก็ผิดกฎหมายเพราะไม่ได้รับอนุญาตให้ขายยาในร้านหรือสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชนนั้นๆ
***ยาบรรจุเสร็จ เช่น พาราเซตามอล 10 เม็ดต่อแผง ถ้ามากกว่า 10 เม็ด ถือเป็นยาอันตรายที่ต้องจำหน่ายโดยเภสัชกร
(ดิว Phimai Society)

Categories
ข่าวรายวัน ผู้หญิง ความงาม สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ ไลฟ์สไตล์

วิธีลดน้ําหนัก แบบเร่งด่วน? สูตรลดน้ำหนัก

สวัสดีจ้า วันนี้ เรามาดูสูตรการลดน้ำหนัก แนะนำการลดน้ำหนักดีๆ กัน

How to lose weight

ลดน้ำหนักยังไงจึงไร้ผล?

1) อดอาหารจนลดทั้งกล้ามเนื้อและไขมัน ลืมธรรมชาติสำคัญว่าทุกครั้งที่ร่างกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อร่างกายจะเผาผลาญไขมัน. 

ในร่างกายมีฮอร์โมนสองตัวทำงานสมดุลกัน insulin เป็นฮอร์โมนสะสมพลังงานและไขมัน(fat storage hormone )
ส่วนglucagon เป็นฮอร์โมนเอาพลังงานที่สะสมมาใช้ (fat burning hormone) 

ดังนั้นการทานอาหารอุดมด้วยโปรตีนก่อนและหลังออกกำลังกายจึงช่วยเผาผลาญไขมัน หากไม่อิ่มท้องก็ทานผักผลไม้(ไม่หวาน)ให้มีกากเยอะๆ. ทานแป้งข้าวให้น้อยที่สุดป้องกันมิให้ insulin ออกมาอาละวาด

ใครที่ดื่มน้ำหวานก่อนและหลังออกกำลังกายจึงสูญเปล่า. บางคนออกกำลังแล้วเหนื่อยซดข้าวซะอิ่มแปล้ชดเชยจึงอ้วนตลอดศก แอโรบิค ว่ายน้ำมาห้าปีก็ยังตุ้ยนุ้ยน่ารักเหมือนเดิม

2)ระหว่างวันให้ทานทีละมื้อเล็กๆหลายๆมื้อ(ดีกว่ามื้อใหญ่จนน้ำตาลท่วมเลือดจนinsulin ทะลักทะลาย)รักษาระดับน้ำตาลให้คงที่พอดีๆ

3) วิธีการป้องกันมิให้หิวจนตาลายมือสั่นระหว่างวัน ทานไขมันประมาณ1/3 ของแต่ละมื้อโดยเฉพาะไขมันดีๆเช่นปลา ถั่ว น้ำมันมะกอก เพราะไขมันให้พลังงานมากกว่าโปรตีนและแป้งเกือบสามเท่า. กินแล้วอิ่มนาน

อย่าไปหลงเชื่ออาหารlow fat , no fat ทั้งหลายที่มักผสมน้ำตาลและไม่อิ่มท้อง. ลองสังเกตุว่าหลังทานโยเกิรต์low fat จะหิวง่าย

4) อยากเผาผลาญไขมันต้องไม่ลืมทานน้ำให้เยอะๆ ใครยิ่งอ้วนยิ่งต้องดื่มน้ำให้มากขึ้นให้มากกว่าวันละสองลิตร คนอ้วนมากอาจต้องดื่มถึงวันละสามลิตร 

น้ำจำเป็นต่อขบวนการเผาผลาญไขมัน (ลองนึกถึงหม้อน้ำรถยนต์แห้งเดือด เครื่องน็อค)

5) ไขมันที่ทำให้อ้วนคือ"ไตรกลีเซอไรด์" ไม่ใช่คอเลสเตอรอล!!!! แหล่งที่ทำให้เพิ่มไตรกลีเซอไรด์ก็คือ น้ำมันปรุงอาหาร ไขมันในเนื้อสัตว์ และน้ำตาล..น้ำตาล…น้ำตาล

6)รากเหง้าความอ้วนคือ"การอักเสบเรื้อรังของผนังเซลล์และหลอดเลือด" อยากลดอ้วนต้องลดการอักเสบด้วยการสรรหาสารอาหารต้านการอักเสบเช่น ผัก ผลไม้ ขิง อบเชย ตะไคร้ ขมิ้น กระเทียม หัวหอม และลดหรืองดน้ำตาล….น้ำตาล….น้ำตาล

 

  1. วิธีลดหน้าท้อง (http://general.in.th/44-lod-na-tong.html)
  2. วิธีทําให้ผิวขาว
  3. วิธีลดน้ําหนักภายใน 7 วัน
  4. วิธีลดต้นขา
  5. วิธี ลด น้ำหนัก แบบ เร่ง ด่วน
  6. วิธีออกกำลังกายลดน้ำหนัก
  7. วิธีลดความอ้วน
Categories
ข่าวรายวัน สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ ไลฟ์สไตล์

เกี่ยวกับรักแร้ ทำไมต้องมีกลิ่นเต่า? เรื่องควรรู้ ควรระวังและใส่ใจ

เรื่องควรรู้ เรื่องควรระวัง เรื่องควรใส่ใจ
เกี่ยวกับ รักแร้……. รักแร้……. และรักแร้ 

ทำไมต้องมีกลิ่นเต่า? 

ตอบ : ไม่ใช่เพราะรักแร้มีเหงื่อเยอะ แต่เพราะมีแบคทีเรียเติบโตและย่อยสลายโปรตีนที่ออกมาทางต่อมไขมันและรูขุมขนกลายเป็นกรดมีกลิ่นฉุนเช่น กรด propanoicเพราะเชื้อPropionibacteria ที่อาศัยอยู่ภายในท่อของต่อมไขมันย่อยสลายโปรตีน ทำให้ได้กลิ่นเหม็นเปรี้ยวคล้ายน้ำส้มสายชู ส่วนเชื้อStaphylococcus epidermis ทำให้เกิดกรดIsovalericมีกลิ่นคล้ายเนยแข็งบูด

ทำไมรักแร้ถึงมีเหงื่อเยอะ?

ตอบ : ผิวใต้รักแร้มีลักษณะพิเศษเพื่อให้ถ่ายเทของเสียออกทางเหงื่อได้ง่าย มีปริมาณความหนาแน่นของต่อมเหงื่อและต่อมน้ำเหลืองมากกว่าผิวหนังส่วนอื่นๆ ของเสียต้องเก็บซ่อนไว้ในที่ลับใช่ไหมจ้ะ?ขืนมีต่อมเหงื่อและต่อมน้ำ้เหลืองอย่างรักแร้บนใบหน้าอย่างเปิดเผย ลองคิดดูว่ากลิ่นเปรี้ยวๆบูดๆออกมาทางใบหน้าเวลาเหงื่อออกคงพิลึกดีนะ 

ต่อมเหงื่อมีสองประเภทคือ Eccrine glandคือเหงื่อสามารถไหลตรงสู่ผิวหนังทางท่อจิ๋วๆโดยไม่ต้องอาศัยรูขุมขนคือผิวบนฝ่ามือ และผิวหนังที่ไม่มีขนเป็นเหงื่อที่มีเกลือเป็นหลัก เมื่อเหงื่อออกและระเหยไปแล้วจึงทำให้ผิวหนังเย็นสบาย ส่วน Apocrine glandคือต่อมเหงื่อที่ถ่ายเทเหงื่อผ่านทางรูขุมขนจึงมักปนเปื้อนไขมันโปรตีนที่ออกมาทางต่อมไขมันจึงเป็นเหงื่อที่มีโอกาสเกิดกลิ่นมากกว่า ดังนั้นหน้าที่หลักของการขับเหงื่อทางรักแร้ก็คือเร่งการขับของเสียออกจากร่างกายจึงมีทั้งเศษโปรตีน เศษไขมัน พิษที่สะสมในน้ำเหลือง ไม่เหมือนผิวบนใบหน้าและฝ่ามือ(ไร้ขน) ที่ใช้ระบายความร้อนเป็นหลัก

อย่างนี้หากเราใช้สารส้มระงับเหงื่อจะดีไหม? 

ตอบ : ต้องแยกเป็นสองคำตอบ ระงับเหงื่อก็คือไปห้ามรักแร้มิให้ถ่ายเทของเสียได้ตามปกติ ของเสียที่ควรจะออกก็ต้อง” เก็บรักเอาไว้ในอก ไม่ได้หยิบยกออกไป” ฮาฮาฮา และต้องเข้าใจด้วยว่าการระงับเหงื่อไม่ใช่การระงับกลิ่นเต่าที่ตรงจุด ตรงจุดจริงๆต้องระงับมิให้เชื้อย่อยสลายโปรตีนกลายเป็นกรดฉุนๆได้

สารส้มก็คือสารประกอบที่มีอลูมีเนียม (โปตัสเซี่ยมอลูมิเนี่ยมซัลเฟต ) ตอนนี้มีการรณรงค์ให้เลิกใช้กะทะ ชามอลูมิเนียมเพราะพบว่าอลูมิเนียมเป็นโลหะหนักเวลาสัมผัสกรดในอาหารทำให้อนุภาคอลูมิเนียมปนเปื้อนออกมากับอาหารและส่งผลเสียต่อสมองและเป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก 

ถึงแม้จะยังไม่มีงานวิจัยแน่ชัดว่าอลูมิเนียมในสารส้มหรือลูกกลิ้งระงับเหงื่อสามารถซึมผ่านรักแร้ได้มากน้อยแค่ใด แต่เราก็ควรตระหนักว่าสารใดที่ละลายน้ำ้ได้ดีสารนั้นๆก็น่าจะซึมผ่านรูขุมขนและผิวที่บอบบางไปได้ ยังไม่อยากพูดไปให้ตื่นตูมแต่ขอให้ค้นกูเกิ้ลดูเอาเองแล้วกันเกี่ยวกับ” พิษของอลูมิเนียมต่อสุขภาพ” แล้วชั่งใจเอาเองก็แล้วกัน 

ยังงี้ก็ใช้ยาระงับกลิ่นกายที่เป็นเวชสำอางค์ดีไหม?

ตอบ : ระวังหนีเสือ ปะจระเข้ ก่อนหาซื้อหาใช้ ลองอ่านฉลากช้างชวดเสียก่อนว่ามีสารต่อไปนี้หรือเปล่า? 

Aluminium Chlorohydrate ,Aluminum Chloride ( ชื่อก็บอกทนโท่แล้วว่าคืออลูมิเนียม ) 
Parabens (สารกันบูด) 
Propylene glycol (ลองศึกษาอันตรายต่อตับ สมอง ประสาทหากได้รับมากเกินขนาด) 
Phthalates (ลองศึกษาอันตรายต่อทารกในครรภ์)
Triclosan (กำลังถูกเพ่งเล็งเรื่องความปลอดภัย ) 

อ้าวว แล้วอย่างนี้จะใช้อะไรดีล่ะ ?? 

ตอบ : จะฝึกให้รู้จักคำว่ารอคอย ดังเช่นสิทธารถะในหนังดังเคยกล่าวว่า” ข้าฯ มีคุณสมบัติพิเศษสองประการคือ I can wait (รอคอยได้) , I can Fast (อดอาหารได้)" 

ลองดูFeed backก่อนแล้วจะมาเฉลยสูตรลับธรรมชาติกำจัดเต่า

สาระดีๆจาก เวลเนสสองพันสิบสอง