Categories
ข่าวรายวัน สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ ไลฟ์สไตล์

ฟันผุ เหงือกอักเสบ ทำให้เป็นโรคหัวใจ อัมพฤกษ์

ฟันผุ…. เหงือกอักเสบ…..ทำให้เป็นโรคหัวใจ…อัมพฤกษ์ . 
ล้อเล่นหรือ….เรื่องจริง ??
 
 
นักวิจัยของ Innsbruck Medical University ในออสเตรีย พบว่าฟันผุที่ไม่ได้รับการอุดหรือรักษารากฟันให้ดี เป็นปัจจัยให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน( atherosclerosis ) 
 
งานวิจัยใช้ผลของ computed tomographyร่วมกับขบวนการตรวจของทันตแพทย์ จากกลุ่มตัวอย่างคนไข้ 292คน (หญิง137คนและชาย 155คน) เฉลี่ยอายุคนไข้ 54ปี โดยทำการตรวจทั้งสภาพของฟันผุ เหงือกอักเสบ กระดูกรอบรากฟันที่ละลายตัว 
 
เมื่อใช้วิธีการคำนวณแบบ logistical regression พบว่าคนที่มีฟันผุน้อย( ไม่เกิน 1 ซี่) จะมีอัตราการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันน้อยกว่าคนที่มีฟันผุหลายซี่ 
 
และปรากฏการณ์นี้ก็เป็นเช่นเดียวกันกับโรคเหงือก หรือรากฟันอักเสบ คือหากมีอาการเหล่านี้มากก็พบอัตราการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันมากขึ้นเป็นสัดส่วนตรงๆ 
 
ทีมวิจัยได้สรุปว่า :ฟันผุ , โพรงประสาทฟันอักเสบ,โรคเหงือกอักเสบ , รากฟันอักเสบ ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน และอัตราการลุกลามของโรค 
 
เหตุผลก็คือเชื้อโรคที่เพาะพันธุ์จากสภาพช่องปากและฟันที่อักเสบหรือติดเชื้อเหล่านี้ทำให้มีปริมาณสารพิษต่างๆไหลเข้าสู่กระแสเลือด ทุกๆวันจนก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังภายในผนังหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ 
กลายเป็นปัจจัยเหนียวนำให้เกิดFoam Cell และคลอเลสโตรอลให้จับตัวเป็นตะกรันไขมันยึดผนังหลอดเลือดจนตีบตัน 
 
หากตีบตันบริเวณหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจก็กลายเป็นโรคหัวใจ หากตีบตันบริเวณหลอดเลือดสมองก็กลายเป็นอัมพฤกษ์ ( Stroke)
 
ดังนั้นอย่าปล่อยปละละเลย ให้ฟันและเหงือกของคุณกลายเป็นบ้านชั้นดีของเชื้อโรค กระทำก่อการร้ายอย่างเสรี
 
ฟันผุให้รีบอุด 
เหงือกอักเสบให้รีบขูดหินปูนและใช้ Dental Floss ทุกวัน 
รากฟันอักเสบให้รีบอุดรากฟัน รักษาโพรงประสาทฟันโดยด่วนก่อนที่กระดูกรอบรากฟันจะละลายตัว เกิดหนอง แก้มบวม เจ็บปวดทรมาน 
 
REFERENCES:Glodny B, Nasseri P, Crismani A, Schoenherr E, Luger AK, Bertl K, Petersen J. The occurrence of dental caries is associated with atherosclerosis. Clinics (Sao Paulo). 2013 Jul;68(7):946-53.
Adams C. Oral Probiotics: Fighting Tooth Decay, Periodontal Disease and Airway Infections Using Nature's Friendly Bacteria. Logical Books, 2011.
 
สาระดีๆจากเวลเนสสองพันสิบสอง
Categories
ข่าวรายวัน สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ ไลฟ์สไตล์

เตือน ยาแก้ปวดมีผลข้างเคียงต่อโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ได้

ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nsaids) ที่ใช้กันเกร่อเช่น ibuprofen และ naproxen(มีอีกชื่อการค้าหนึ่งว่า Aleve) เวลาปวดกล้ามเนื้อ ปวดหัว ปวดตามข้อ ปวดประจำเดือน 
 
ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nsaids)

แม้ฉลากยาจะพิมพ์คำเตือนเอาไว้ว่า “ ระวัง การใช้ยาต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและอัมพฤกษ์” แต่ก็ดูไม่มีใครใส่ใจกันนัก เพราะทุกคนที่ทานก็มักคิดว่า “ไม่รู้แหละ ก้อมันหายปวดดีอ่ะ” 

ล่าสุดมีการรวบรวมสถิติจากกลุ่มผู้ป่วยกว่า 350,000 รายจากการศึกษากว่า 600 ครั้ง พบข้อสรุปว่า ผู้ป่วยที่ทานยา ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nsaids)(หมายเหตุ : การศึกษานี้ไม่ได้หมายรวมถึงแอสไพรินเข้าไปด้วย) ทุกวันมีผลเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากขึ้นสามเท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ทาน ยกเว้นว่ายา naproxen ที่ดูเหมือนว่าจะไม่เกิดผลกระทบต่อหัวใจเช่นยาตัวอื่น 

Dr. Marie R. Griffin, แห่ง Vanderbilt University Medical Center ให้ความเห็นว่า “ต้องยอมรับว่ายาแก้ปวดเหล่านี้ไม่สมควรใช้ในรายที่มีอาการปวดเรื้อรัง ”
คุณหมอท่านนี้เพิ่งเขียนบทความลงในวารสาร The Lancet เพื่ออธิบายว่าในรายที่มีอาการปวดเรื้อรัง ไม่ควรใช้ยาแก้ปวดกลุ่มนี้ (ควรใช้เฉพาะกิจ หรือปวดเฉียบพลัน เท่าที่จำเป็นเท่านั้น) ถึงแม้ว่าจะหายปวดแต่มันก็เพิ่มความเสี่ยง

ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nsaids) ได้แก่ ibuprofen ซึ่งขายในชื่อการค้าว่า Motrin ; Advil; และยา naproxen ซึ่งขายในชื่อการค้าว่า Aleve, Naprosyn, Anaprox ; Naprelan; และยา celecoxib ซึ่งมีชื่อการค้าว่า Celebrex แต่ต้องจ่ายโดยใบสั่งแพทย์เท่านั้น 

สาเหตุที่มีคำเตือนเกี่ยวกับผลข้างเคียงดังกล่าวก็เนื่องจาก เมื่อสิบปีที่ผ่านมา มีรายงานการพบว่า ยา Vioxx, Bextra , Celebrex มีผลข้างเคียงทำให้อัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจและอัมพฤกษ์เพิ่มขึ้น จนในที่สุดบริษัท Merck ต้องถอนยา Vioxx ออกไปจากตลาดในปี 2004, และบริษัท Pfizer ต้องถอนยา Bextra ออกไปจากตลาดในปี ถัดมา 

ยา Diclofenac และยา Celebrex จัดเป็นยาที่มีผลข้างเคียงและเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ เจ้าหาที่ของบริษัท Pfizer ผู้ผลิตยา Celebrex ชี้แจงว่า ไม่ควรใช้ยานี้เกินกว่า 400 milligrams ต่อวัน ทั้งยังยืนยันว่ายานี้ไม่มีความเสี่ยงเหมือนยาในกลุ่มเดียวกัน (COX-2 inhibitor) 

ผลข้างเคียงอื่นๆเช่น ยาnaproxen ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะและลำไส้ และยา ในกลุ่ม Nsaids ยังอาจทำความเสียหายแก่ตับ ไต เพิ่มความดันโลหิตได้อีกด้วย 

สำหรับคนที่มีอาการปวดเรื้อรัง เมื่อทราบผลข้างเคียงเหล่านี้
จะ ทำอย่างไรดี :
■ “ สำหรับคนที่หากไม่ทานยาแล้วมีอาการปวดทรมานจนทำงานไม่ได้ มีคุณภาพชีวิตเลวลง ก็ควรทานยาในปริมาณน้อยสุด หรือ ลดความถี่ในการทานยาเท่าที่พอจะคุมอาการได้ เท่านั้น” แนะนำโดย Dr. Steven Nissen, chairman of cardiovascular medicine at the Cleveland Clinic.
■ หากคุณมีโรคหัวใจหรือเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะและลำไส้ ก่อนการใช้ยาดังกล่าวควรปรึกษากับแพทย์เพื่อขอข้อแนะนำหรือทางเลือกอื่นๆที่แพทย์เห็นควร 

จากบทความ The Heart Perils of Pain Relievers 
ใน The NewYork Times

 

 

ดังในข่าวที่แจ้งว่าอันตรายเกิดจากการทานอย่างต่อเนื่อง หากทานเฉพาะครั้งคราว อันตรายก็ลดลง. ทางที่ดีที่สุดควรค้นหาสาเหตุที่ทำให้ปวดอักเสบว่าเกิดจากอาหารชนิดใด(โดยเฉพาะน้ำตาลและน้ำมันพืช)แล้วรีบแก้ไขที่ต้นเหตุ ยาเหล่านี้ใช้เท่าที่จำเป็นจริงๆ

ถ้าสังเกตแล้วว่าปวดหัวเวลาอากาศร้อน. อย่าไปพึ่งยาเลยครับขี่ช้างจับตั๊กแตน ลองสูตรง่ายๆดื่มน้าสัก2แก้วพร้อมกับยาเขียวตราใบโพธิ์หรือฟ้าทะลายโจร หรือดื่มชาคาโมมายล์ เป็นวิธีธรรมชาติปลอดภัย

สาระน่ารู้ดีๆจาก เวลเนสสองพันสิบสอง