Categories
ข่าวรายวัน สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ ไลฟ์สไตล์

ดื่มชาอย่างไรให้ได้คุณประโยชน์สูงสุด

ดื่มชาอย่างไรให้ได้คุณประโยชน์สูงสุด 
 
 
การบรรยายวิชาการเมื่อปี2010 ในงานTED Talk ของนายแพทย์ Dr. William Li ได้สร้างกระแสความตื่นตัวกับแพทย์อเมริกันให้หันมาสนใจให้ความสำคัญกับ พืชผัก ผลไม้ เพื่อใช้บำบัด ยับยั้ง ป้องกัน เซลล์มะเร็งนอกเหนือจาก เคมีบำบัด และการฉายรังสี 
 
เพราะเนื้อหาสำคัญ Dr. William Li ที่ได้อธิบายถึงคุณสมบัติของ พืชผัก ผลไม้ (บางชนิดเท่าที่ท่านศึกษา)สามารถยับยั้งการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ของเซลล์มะเร็งได้( Anti-angiogenesis) นอกจากนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตุว่าโรคอ้วนนั้นก็มีขบวนการขยายตัวของเซลล์ไขมันคล้ายคลึงการขยายตัวของเซลล์มะเร็งด้วยการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ๆ(แต่เป็นเส้นเลือดที่ไม่มีคุณภาพ โครงสร้างไม่ปกติ ) ขึ้นมารองรับการเติบโต ดังนั้นหากเราหยุดยั้งสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ที่ผิดปกติเหล่านี้ได้( Anti-angiogenesis)ก็จะสามารถควบคุมโรคอ้วนได้เช่นกัน 
 
เราจึงสามารถบำบัด หรือป้องกันโรคร้ายแรงต่างๆเช่น มะเร็ง โรคหัวใจ เบาหวาน อัมพฤกษ์ ไขข้ออักเสบ โรคอ้วน ได้ด้วยการยับยั้งการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ (Angiogenesis) ที่ผิดปกติเหล่านี้ 
 
และที่ดูปฏิบัติได้ง่ายๆก็คือ การดื่มชาที่ถูกต้องก็สามารถยับยั้งขบวนสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ที่ผิดปกติ ได้ดีทีเดียว 
 
โดยคุณสมบัติเฉพาะตัว (1) ชาจีนอบมะลิ และ (2)ชาเขียว sencha จะมีประสิทธิภาพยับยั้งขบวนสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ที่ผิดปกติได้น้อยกว่า (3)ชา Earl Gray 
 
แต่ผลการทดสอบที่น่าทึ่งก็คือ 
เมื่อนำ ชาจีนอบมะลิ มาผสม ชาเขียว sencha
ปรากฏว่าชาผสมดังกล่าว มีผลยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ดีกว่าชาเดี่ยวๆทุกตัว รวมถึงชา Earl Greyด้วย 
 
หลักการนี้ Dr. William Li เรียกว่าFOOD SYNERGY นั้นคือพลานุภาพจากพลังร่วม การประสานที่ถูกต้องนี้ ทำให้ 1+1 ไม่เท่ากับ 2 แต่อาจกลายเป็น10 ได้ 
 
ดังนั้น พืช ผัก ผลไม้ ควรทานจากผลสด จะดีกว่าสารสกัดตัวใดตัวหนึ่ง และทานให้ครบหมวด ครบสี ดังที่แพทย์แผนจีนและอินเดียโบราณที่บอกให้ทานถั่วห้าสี เห็ดหกอย่าง ผลไม้เจ็ดสี เพื่อชีวิตยืนยาว 
 
ดังนั้นต่อนี้ไป เมื่อคิดจะดื่มชา อย่าดื่มแค่ให้อร่อยลิ้น กลิ่นระรื่นจมูก ลองหันมาดื่มชารวมมิตร เพื่อพิชิตโรคกันบ้างนะครับ
Categories
ข่าวรายวัน สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ

ประโยชน์ของหัวหอม กับ หัวใจ

คนทั่วๆไปอาจไม่ค่อยเห็นความสำคัญของหัวหอมกันนัก แต่สำหรับอายุรแพทย์โรคหัวใจอย่างผม ผมชื่นชมคุณสมบัติของหัวหอมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นตัวช่วยอันวิเศษป้องกันเกร็ดเลือดแข็งตัวอุดตันหลอดเลือด ทำให้เลือดไม่ข้นเหนียว ในหนังสือ Lower Your Blood Pressure In Eight Weeks (Ballantine Books, 2003)ยังได้รวบรวมคุณค่าอีกมากมายของหัวหอมโดยเฉพาะช่วยลดความดันโลหิต 
 
สารต้านอนุมูลอิสระ quercetin ในหัวหอมเป็นตัวสนับสนุนที่จำเป็นต่อสุขภาพของหัวใจ ช่วยลดความดันโลหิตในผู้ป่วย มีการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าการทานQuercetin วันละ730 mg ติดต่อกัน 1 เดือนทำให้ความดัน systolic ลดลง 7 หน่วย ทำให้ความดัน diastolic ลดลง 5 หน่วย 
 
นอกจากนั้นยังพบว่า quercetinช่วยลดอาการอักเสบในร่างกาย ยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของไขมัน LDL จึงช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด 
 
มีการศึกษาในอัฟริกาโดยใช้หนูทดลอง พบว่าอาการความดันสูงอันเนื่องจากบริโภคเกลือมากเกิน สามารถปรับลดลงได้ด้วย quercetin. 
 
การทานหัวหอมให้ได้คุณค่าเต็มที่ต้องทานสดๆไม่ผ่านความร้อน ทานพร้อมสลัด แซนวิช หรือคลุกเคล้าลงไปในอาหารที่ชอบ ยิ่งทานพร้อมกับกระเทียม น้ำมันมะกอก ก็จะยิ่งเกิด Synergistic effect ทำให้ช่วยลดความดันได้มากยิ่งขึ้น 
คุณค่าของหัวหอม กับ หัวใจ
 
เขียนโดย นายแพทย์ Stephen Sinatra อายุรแพทย์โรคหัวใจ 
 
==============================
ตัวอย่างสูตรของซอสมะเขือเทศที่มีคุณค่ากับหัวใจ 
Italian-Style Tomato Sauce
2 Tbsp. olive oil
3 garlic cloves, finely chopped
2 medium onions
2 cans Italian-style plum tomatoes or 2 lbs. fresh plum or cherry tomatoes
2 Tbsp. red or white wine
1 Tbsp. chopped basil
1 tsp. fresh oregano leaves, crushed
Sea salt and freshly ground pepper to taste
Pour the olive oil into a pan and saute the garlic and onions for 30 seconds to 1 minute. If you're using canned tomatoes, crush or chop them in a blender. For fresh tomatoes, chop them into small cubes. Add wine and cook for 3 to 4 minutes. Add the basil, oregano, salt, and pepper. The sauce will keep for up to 1 week, tightly covered, in the refrigerator. 
Makes 6 servings. 
Nutrition facts (per serving): Calories 100, Total Fat 5 g, Sodium 15 mg, Carbs 12 g, Fiber 3 g, Protein 2 g