Categories
ข่าวรายวัน สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ ไลฟ์สไตล์

คุณค่าโภชนาการที่แตกต่างของ น้ำมะพร้าว น้ำกะทิ น้ำมันมะพร้าว

คุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างระหว่าง น้ำมะพร้าว น้ำกะทิ น้ำมันมะพร้าว
 
A ) น้ำมะพร้าว(coconut water) จากผลมะพร้าวอ่อนอายุไม่เกิน 7เดือน อุดมด้วยเกลือแร่ เอ็นไซม์ วิตามิน ไฟโตนูเทรี้ยน กรดไขมันลอริค(ที่มีอยู่ในน้ำนมแม่ อันเป็นสารอาหารช่วยสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ได้เป็นอย่างดี) เหมาะอย่างยิ่งกับการดื่มเวลาท้องร่วง ท้องเสีย เพราะเกลือแร่(เหมือนเกลือแร่ที่ฉีดเข้าเส้นหรือเป็นซองใช้ชงดื่ม )เพื่อชดเชยการสูญเสียของเหลวในร่างกาย นอกจากนี้กรดไขมันลอริคยังมีสรรพคุณระงับเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา จึงมีคำแนะนำให้ผู้ป่วยจากการติดเชื้อใน ไต กระเพาะปัสสาวะ ท่อทางเดินปัสสาวะดื่มอยู่เสมอๆ หากเปรียบเทียบกับบรรดาผลิตผลจากมะพร้าวทั้งหลาย น้ำมะพร้าวจัดได้ว่าเป็นสารอาหารที่มีปริมาณไขมันต่ำที่สุด และมีน้ำตาลน้อยกว่าน้ำกะทิ
 
 น้ำกะทิ (coconut milk)ได้จากการคั้นเนื้อมะพร้าวแก่ อุดมด้วยทั้ง ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล เกลือแร่ โดยเฉพาะกรดไขมันโครงสร้างโมเลกุลขนาดปานกลาง (medium chain fatty acids= MFA) ซึ่งมีประโยชน์ต่อเส้นเลือด หัวใจ และอวัยวะต่างๆถึงแม้จะเป็นไขมันอิ่มตัวแต่ก็ไม่เป็นสาเหตุให้เส้นเลือดอุดตันเหมือนไขมันอิ่มตัวจากเนื้อสัตว์ คนที่แพ้นมวัวสามารถทานกะทิทดแทนนมวัวได้ น้ำกะทิ1แก้วจะประกอบด้วย โปรตีน กรดไขมันที่มีประโยชน์ เส้นใยไฟเบอร์ วิตามิน B, C ,E เกลือแร่โปตัสเซี่ยม ซีลีเนี่ยม แคลเซี่ยม เหล็ก กรดไขมันลอริค(ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน)
 
 
c) น้ำมันมะพร้าว ผลิตโดยนำเนื้อมะพร้าวแห้งมาผ่านความร้อนต่ำๆเพื่อให้ความชื้นระเหิดออกให้หมด จนเหลือแต่น้ำมัน นั่นคือ ไม่มีโปรตีน ไม่มีน้ำตาล ไม่มีน้ำหรือความชื้นหลงเหลืออยู่ จึงเป็นผลิตผลที่มีปริมาณกรดไขมันลอริคสูงที่สุดในบรรดาผลิตผลจากมะพร้าวทั้งหมด จึงเหมาะกับ
ปกป้องหลอดเลือด หัวใจ สมอง เส้นประสาท และอวัยวะที่มีไขมันเป็นองค์ประกอบของเซลล์ 
ช่วยล้างพิษ ดูดซับพิษในตับ ถุงน้ำดี 
สรรพคุณของกรดลอริคที่ระงับเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา จึงเป็นยาปฏิชีวนะธรรมชาติ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย 
บำรุงผิวพรรณได้ดี สามารถทาทิ้งไว้บนใบหน้า หรือเส้นผม ก่อนนอนโดยไม่ต้องกังวลว่าตอนเผลอหลับไปแล้วจะมีมดมาไต่ตอมเหมือนการใช้ น้ำมะพร้าว น้ำกะทิ เพราะน้ำมันมะพร้าวไม่มีน้ำตาลและโปรตีนเป็นตัวล่อแมลงใดๆ และกรดไขมันลอริคเข้มข้นจะสามารถทำงาน 2-in-1 คือทั้งสร้างความชุ่มชื้นและระงับเชื้อไปในตัว
 
จากข้อเปรียบเทียบข้างต้นสรุปได้ว่า
 
1. น้ำกะทิมีสารอาหารครบถ้วนมากที่สุด เพราะมีทั้ง โปรตีน ไขมัน น้ำตาล คาร์โบไฮเดรต เหมาะกับใช้ปรุงเป็นอาหารมื้อหนัก 
2. น้ำมันมะพร้าวเหลือแต่ไขมัน ไม่มีโปรตีน ไม่มีน้ำตาลหลงเหลืออยู่ เหมาะกับใช้ทอด ผัดอาหาร หรือเหยาะใส่ซุป แต่สุดยอดของน้ำมันมะพร้าวก็คือปริมาณที่เข้มข้นมากของกรดไขมันโครงสร้างโมเลกุลขนาดปานกลาง (medium chain fatty acids= MFA) โดยเฉพาะกรดลอริคที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานเหมือนกับน้ำนมแม่ 
3. น้ำมะพร้าว โดดเด่นด้านมีเกลือแร่ เอ็นไซม์ สูง เหมาะกับทานเป็นเครื่องดื่มชดเชยการสูญเสียเกลือแร่หลังออกกำลังกายหรือท้องร่วง
 
สาระดีๆจากเวลเนสสองพันสิบสอง
Categories
ข่าวรายวัน สาระน่ารู้ อาหาร และสุขภาพ ไลฟ์สไตล์

คุณค่าของการสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำกาแฟ

มีคำกล่าวในวงการสุขภาพประการหนึ่งว่า "Death begins in the colon= ความตายเริ่มต้นที่ลำไส้ ." 
 
คุณค่าของการสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำกาแฟ
 
 
การสวนล้างลำไส้ด้วยนำ้กาแฟนั้นมีมาแต่ครั้งโบราณ เริ่มต้นโดยชนพื้นเมืองในอเมริกาใต้ ก่อนแพร่เข้าสู่อียิปต์ อินเดีย กรีก จีน โรมัน แม้ในสมัยที่พระเยซูทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ก็มี บันทึก จารึกทางการแพทย์เกี่ยวกับการสวนล้างลำไส้ว่าช่วยให้มีสุขภาพดี 
 
Dr. Kellogg ได้เคยเขียนบทความลงในวารสาร Journal of American Medicine ในปี 1917 ว่าท่านได้ประสบผลสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยกว่า 40,000 คนที่มีปัญหาลำไส้ด้วยโปรแกรมผสมผสานด้วย ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และสวนล้างลำไส้
 
 
ในยุคสมัยปัจจุบัน การสวนล้างลำไส้ก็ยิ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดเพราะมลภาวะในอาหาร น้ำดื่ม ทั้งคลอรีน ฟลูออไรด์ สารเคมีสารพัด ยาปฏิชีวนะ อาหารผ่านการปรุงแต่ง ปริมาณกากใยในอาหารที่ลดน้อยลง ทำให้ลำไส้และตับของเราต้องทำงานหนักมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป อาหารที่ผ่านการปรุงแต่งมักจะก่อให้เกิดคราบเหนียว เคลือบเป็นฟิลม์เกาะติดผนังลำไส้ กลายเป็นรังเพาะเชื้อโรคและพยาธิ์ต่างๆ อันก่อให้เกิดพิษตกค้างดูดซึมกลับเข้าสู่กระเเสเลือดและตับอย่างต่อเนื่องจนเกินความสามารถของตับที่จะกำจัดพิษออกไปจากร่างกาย 
 
ผลดีของการสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำกาแฟ
 
1) ช่วยชะล้างคราบเหนียวที่เคลือบภายในผนังลำไส้ ลดปริมาณเชื้อโรคร้ายที่ฝังเพาะตัวภายในคราบเหนียวเหล่านี้ 
 
2) ทำให้ลำไส้ได้เคลื่อนตัว บีบหดตัวมากขึ้น 
 
3) การใช้น้ำกาแฟนั้นมีผลดีกว่าการใช้น้ำอื่นๆเพราะคาเฟอีนและไฟโตนูเทรี้ยนในเม็ดกาแฟมีผลกระตุ้นให้ตับสร้างกลูต้าไธโอน Glutathione( สารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติชั้นเลิศ ช่วยปกป้องเซลล์และอวัยวะของร่างกาย ) พบว่าเม็ดกาแฟสดช่วยเสริมให้ตับสร้างกลูต้าไธโอนมากขึ้น 600% ช่วยเสริมให้มีกลูต้าไธโอนภายในลำไส้เล็กมากขึ้น 700% ต่างจากการดื่มกาแฟตามปกติ เพราะสรรพคุณดังกล่าวจะถูกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำลายจนหมดสิ้น 
 
4) ยังพบรายงานอีกมากว่า ช่วยลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี ลดอาการผิดปกติในตับ ลดอาการอ่อนเพลีย อาหารไม่ย่อย อาการแพ้ภูมิตนเอง 
 
5) ในศูนย์รักษามะเร็งหลายๆแห่ง มีใช้วิธีการสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำกาแฟประกอบการดูแลผู้ป่วยและล้างพิษออกจากร่างกาย 
 
ผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรังอาจสวนล้างลำไส้วันละ 3-4 ครั้ง แต่คนทั่วๆไปที่ไม่ป่วยควรสวนล้างอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง 
 
 
เรียบเรียงจากงานเขียนของ นายแพทย์ Dr. David Jockers