facebooktwitteryoutube
by admin - no comments
ดราม่า ความเท่าเทียมของชายและหญิง และการรักนวลสงวนตัว

 

ผมไม่เห็นด้วยที่ว่าผู้ชายขีดนะครับ ผมว่าเราควรต้องศึกษาวัฒนธรรมความเป็นมาของกรอบความคิด รักนวลสงวนตัว กล่าวคือ สังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โบราณก่อนศตวรรษที่ 18 โครงสร้างอำนาจของผู้หญิงอยู่เหนือผู้ชาย เป็นสิ่งที่ยอมรับได้และเป็นจริง เห็นได้จาก matrilineage หรือการนับบรรพบุรุษจากฝ่ายผู้หญิง อีกทั้งสังคมในภูมิภาคนี้ยังได้รับอิทธิพลทางความคิดจากอินเดีย ตำรากามสูตรเขียนไว้ชัดเจน หญิงใดที่ไม่ได้รับความสุขทางเพศจากผู้ชาย ชายผู้นั้นก็จะถูกทิ้ง กรอบความคิดที่ว่าผู้หญิงต้องปฏิบัติต่อผัวประหนึ่งว่าเขาเป็นพระเจ้า จึงไม่ใช่กรอบคิดที่ Absolute ของอินเดียและสังคมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่คือสิ่งที่ตอกย้ำว่าในอดีตก่อนศตวรรษที่ 18 อำนาจของผู้หญิงอยู่เหนือผู้ชาย อีกปรากฎการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเครื่องชี้ชัดในกรอบความคิดนี้คือผู้ชายในสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องเสริมสร้างอวัยวะเพศของตนเอง เพื่อสนองต่อความสุขและสุนทรียะทางเพศของผู้หญิง เห็นได้จากการฝังมุก หรือการเพิ่มขนาด ฉะนั้นกรอบความคิดดั้งเดิมของสังคมในภูมิภาคนี้ก็คือผู้หญิงเป็นผู้กุมอำนาจทางสังคมและเศรษฐกิจ อีกทั้งยังมีอำนาจและความต้องการทางเพศสูงกว่าผู้ชาย
 
แต่แล้วในช่วงศตวรรษที่ 18-20 ความคิดที่เห็นว่าผู้หญิงอ่อนไหว ไม่มั่นคง ฯลฯ ซึ่งได้ฝังรากลึกอยู่ในกรอบของวิธีคิดของคริสเตียนตะวันตก ภายใต้กรอบความคิดนี้ ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนด้อยควบคุมตัวเองไม่ได้ในเรื่องเพศ เพราะขาด Rationality ก็ทำให้ผู้หญิงตกไปอยู่ในบ่วงกามได้ง่าย เพราะฉะนั้น คริสเตียนตะวันตกจึงเชื่อว่าผู้หญิงควรอยู่ภายใต้การควบคุมทางเพศมากกว่าผู้ชาย เพราะด้วยการไม่มี Rationality ทำให้ผู้หญิงหลวงใหลในกามกิจมากกว่าผู้ชาย กรอบความคิดนี้เริ่มพัฒนาในช่วงคตวรรษที่ 18 และมาเด่นชัดในศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะในยุควิคตอเรียน คริสเตียนได้ใช้การพัฒนาทางการแพทย์เพื่อขยายกรอบความคิดนี้ โดยใช้ความหวาดกลัวและเหตุผลทางการแพทย์มาสนับสนุน 
 
ในขณะเดียวกัน สังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคนั้น ก็เผชิญกับการล่าอาณานิคมตะวันตก มีการแผ่ขยายใน scope ของความคิดมากขึ้น ไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น แม้จะไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นอย่างเต็มตัว แต่ก็ได้รับอิทธิพลทางความคิด และที่สำคัญไทยเปิดรับ package ของ modernity เข้ามาใช้ในการสร้าง nation-state สิ่งหนึ่งที่อยู่ใน package นั้นก็คือ กรอบความคิดเรื่องผู้หญิงของสังคมคริสเตียน กรอบความคิดนี้จึงได้เริ่มฝังตัวและพัฒนาในสังคมไทยและสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่นั้นมา อีกทั้งแนวความคิดของแพทย์ไทยในอดีตที่ศึกษาเรื่องเพศ ก็ได้รับอิทธิพลทางความคิดของคริสเตียนตะวันตกเข้ามาเนื่องจากวารสารและสิ่งตีพิมพ์เกี่ยวกับเพศ ถูกพัฒนาขึ้นมาในโลกตะวันตกก่อน ฉะนั้นกรอบความคิดเรื่องรักนวลสงวนตัว จึงไม่ใช่แนวคิดดั้งเดิมของสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากแต่เป็นสิ่ง นำเข้า จะโลกตะวันตก และก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่เป็นคนขีดกรอบนี้ขึ้นมา เพราะกรอบความคิดนนี้มาเป็น package ร่วมกับ modernity
 
อย่างไรก็ตาม จากโปสเตอร์ที่ติดด้านบน ผมอยากจะนำเสนอทฤษฎีนึงที่ผู้ทำอาจจะนำไปพิจารณา จากมุมมองของ Sigmund Freud ที่นำเสนอผ่าน Freudian กลับมองว่า การไม่แสดงออก การเก็บกด หรือปกปิดทางเพศ ของผู้หญิง หรือเรียกง่ายๆว่า การรักนวลสงวนตัว กลับไปกระตุ้นความสุข และความต้องการทางเพศของผู้ชาย

 

Hemi Paikea @ KKUGROUP

 

ใส่ความเห็น

*