facebooktwitteryoutube
in สาระน่ารู้ - 28 มิ.ย., 2014
by admin - no comments
หากคิดย้อนไปว่า…ทำไมเราจึงมีวันนี้ได้?

คงต้องนึกไปถึงว่า…ทำไม่เราจึงเป็นเราเฉกเช่นทุกวันนี้ ทำไมเราจึงมีความรู้ มีอาชีพ สื่อสารได้เข้าใจ มีเกรียติ มีศักดิ์ศรี ที่สำคัญที่สุดคือ รู้ว่าสิ่งใดถูก หรือสิ่งใดผิดนั้น … คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า "เรารู้ เพราะผ่านกระบวนการเรียนรู้"

หากคิดย้อนไปว่า...ทำไมเราจึงมีวันนี้ได้

หากคิดย้อนไปว่า…ทำไมเราจึงมีวันนี้ได้

บางคนอาจบอกว่า เรารู้เพราะลองผิดลองถูกด้วยตนเอง รู้เพราะต้องการแสวงหา … เก่งเพราะว่า ตนเองใฝ่รู้ … ไม่ผิดหากจะมองในมุมนั้นเพียงอย่างเดียว แบบเอาแต่ผล…ไม่สนใจเหตุ

แต่กระบวนการเรียนรู้ เป็นขั้นตอนเปลี่ยนผ่านจากผู้ไม่รู้สู่ผู้รู้นั้น หาใช่มองแบบผิวเผินเช่นนั้นไม่

ก่อนที่เราจะเข้าใจว่าจะหาความรู้จากที่ใด (Epistemology) และรู้ว่าความรู้ต่างๆเป็นอย่างไร หรืออะไรคือสิ่งที่เป็นองค์ความรู้ที่เรามี (Ontology) … เราต้องการ ใครบางคนสั่งสอน อบรม และแนะนำสิ่งเหล่านั้นให้กับเรา ผ่านกระบวนการขัดเกลาทางสังคม (Socialization) ทั้งจากสถาบัน (ครอบครัว โรงเรียน วิชาชีพ ศาสนา การเมือง) และจากกลุ่มเพื่อน (Group process)

เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า … เราทุกคนต้องการ "ครู" และครูทุกท่านมี "คุณ" ต่อเรา … นั่นเป็นเหตุว่า เหตุใดเราถึงต้องเรียกครูอาจารย์ว่า "คูณครู" ซึ่งมีความหมายเป็นสรรพนามเรียกของท่านผู้เป็นผู้สั่งสอนอบรมเรา และเป็นการประกอบสร้างความหมายว่า … ท่านมีบุญคุณต่อพวกเราเพียงใด ควรที่จะจดจำและระลึกถึงคุณของครูเสมอไป

ไม่มีใครปฎิเสธ(หมายควมถึงกลุ่มคนโดยทั่วไป)ได้ว่า พ่อแม่ คือ คุณครู … คนแรกของพวกเรา

ไม่มีใครที่จะไม่เข้าใจว่าคุณครูที่โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย นั้นสำคัญต่อเราเพียงใด เพราะท่านสอนให้เราเข้าใจ วัฒนธรรม (ทั้งบรรทัดฐานและค่านิยม) และตรรกะแห่งการเรียนรู้ ที่จำเป็นต่อเราในการเติบโตและดำรงชีพให้แก่เรา … เรารู้ที่จะรอดชีวิตได้ รู้ที่จะเพิ่มพูนความรู้ ก็ด้วยคุณูปการจากองค์ความรู้ที่ท่านเหล่านี้มอบให้แก่เรา

แน่นอน … ความรู้มิได้มีด้านเดียว ตรงนี้ขอใช้คำว่าฉลาดรู้ หรือความสามารถในการเรียนรู้… Quotient ซึ่งโลกอันบิดเบี้ยวนี้บอกเราว่า คนฉลาดทางความคิดนั้น ดีเลิศสุด (Intelligence Quotient : IQ)

หารู้ไม่ว่า … แท้จริงแล้ว ยังมีความสามารถและความฉลาดในอีกหลายมิติตั้งมากมาก ที่สำคัญหรือที่นิยมพูกถึงกันมากก็คือ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ : Emotion Quotient), ความฉลาดในการสร้างแรงจูงใจ (MQ : Motivation Quotient) และที่อาจไม่ได้ยินบ่อยนัก แต่เป็นความโชคดีของพวกเราชาวพุทธ คือ ความฉลาดในการปล่อยวาง (VQ :Void Quotient)

คุณครูท่านต่อไป … ที่สำคัญ ที่สอนให้เรารู้จักความฉลาดทางอารมณ์และการสร้างแรงจูงใจ คือ เพื่อนๆ, อุปสรรค์, เป้าหมายในชีวิต, คู่ครอง, บุตรหลาน, ประสบการณ์ และอื่นๆตามแต่เส้นทางและบริบทชีวิตของแต่ละคน (Life Course or Life Experience)

เมื่อถึงวัยหนึ่ง ที่เราหวนคิดได้ถึง ธรรม … ความฉลาดทางปัญหาในการนำไปสู่ทางแห่งการพ้นทุกข์ ครูบาอาจารย์ … ได้สอนความฉลาดในการปล่อยวางให้แก่เรา … เพราะสุดท้ายความเที่ยงแท้อย่างเดียวคือ … ความไม่แน่นอน และความดับไปนั่นเอง

บทความนี้ … จึงขอนำ "คุณครู" มาตีแผ่ … กราบขอคารวะ คุณครู ทุกท่าน และกราบขอขอบพระคุณ คุณครู … อันเป็นคุณูปการอย่างไม่รู้สิ้นสุดในชีวิตของผม

ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนไตร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และอานิสงค์ผลบุญ จงนำพาความสุขและความร่มเย็นใจถึงคุณครูทุกท่าน และอาราธนาพระคุณท่านเป็นอารยะทรัพย์ทั้งชาตินี้ภพนี้ และเป็นเสบียงสำคัญสู่ชาติหน้าภพหน้า … ขอเมตตาท่านเป็นคุณครูให้แก่เราตลอดไป และผมสัญญาว่าจะทำคุณความดีและสร้างคุณค่าให้แก่สิ่งที่ท่านสอนสั่งผมสืบไป

มนตรี ประเสริฐรุ่งเรือง

ใส่ความเห็น

*