facebooktwitteryoutube
in ข่าวรายวัน - 26 ส.ค., 2013
by admin - no comments
การอักเสบ ที่ทุกคนมองข้าม สาเหตุ
โรคที่ทุกๆคนมองข้าม 
การอักเสบที่ทุกๆคนมองข้ามสาเหตุ
คำศัพธ์ว่า การอักเสบ(Inflammation)ตลอดจนชื่ออื่นๆี่เกียวโยงกับคำว่า Inflammation นับเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมาก มีการค้นหาผ่านอินเทอร์เน็ตกว่า 37.5 ล้านครั้ง 
 
ในวารสาร TIME เดือนกุมภาพันธ์ 2004 พาดหัวข่าวเรื่องการอักเสบด้วยข้อความน่าตื่นเต้น "The Secret Killer: The Surprising Link between Inflammation and Heart Attacks, Cancer, Alzheimer's and Other Diseases." 
เพื่อแสดงความเชื่อมโยงว่าขบวนการปกป้องร่างกายที่มีชื่อว่าการอักเสบนั้นสามารถเบี่ยงเบนนำไปสู่โรคร้ายสารพัดเช่น โรคหัวใจ มะเร็งลำไส้ อัลไซเมอร์ และโรคร้ายแรงอีกหลายโรค 
 
อันที่จริงแล้ว การอักเสบคือขบวนการป้องกันของร่างกายให้ปลอดภัยจากสิ่งแปลกปลอม และ เชื้อโรค ที่เข้าสู่ร่างกาย การอักเสบคือการระดมเม็ดเลือดขาว และสารต่างๆของระบบภูมิคุ้มกันเข้ามาเจือจาง ล้อมกรอบ ทำลาย มิให้สิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นหรือพิษแพร่กระจายออกไปได้อีก จนทำให้เกิดอาการ แดง บวม ร้อน ปวด 
 
ยังมีการอักเสบชนิดหนึ่งที่ทุกๆคนมองข้าม คือ การอักเสบที่เกิดขึ้นภายในลำไส้อันเนื่องจากยีสต์ !!!!
 
ปกติในลำไส้ของเรามียีสต์สายพันธุ์ Candida albicans อาศัยอยู่ แต่เมื่อเราไม่ดูแลอาหารการกินให้ดี มันจะเจริญเติบโตผิดปกติจนทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังขึ้นได้ 
 
Candida albicans นั้นสามารถปลดปล่อยสารเคมีมากกว่า 180 ชนิด ทำให้เกิดอาการเวียนหัว มึนงง อ่อนเพลีย ไปกดการทำงานของต่อมไทรอยด์ สมดุลฮอร์โมนผิดเพี้ยน น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น รู้สึกอยากอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล แอลกอฮอลล์มากขึ้น รู้สึกห่อเหี่ยว หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เฉื่อยชา เป็นสิว นอนไม่หลับ โงกง่วง ลิ้นมีฝ้าขาว เจ็บคอ หลอดลมอักเสบ หายใจขัดๆ ใจสั่น ลำไส้อักเสบ ลำไส้แปรปรวน อาการคล้ายโรค MS, Crohn's disease 
 
สาเหตุที่ทำให้เชื้อชนิดนี้เติบโตผิดปกติก็มาจากหลายๆสาเหตุร่วมกันเช่น
 
1.การใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ จนทำร้ายจุลินทรีย์ดีๆในลำไส้
 
2.อาหารที่มีน้ำตาลสูง
 
3.อาหารขนมที่มีแป้งข้าวสาลี (มีกลูเต็นนั่นเอง) 
 
4. ความเครียดนานัปการทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมาท่วมท้น 
 
โดยธรรมชาติจุลินทรีย์ในลำไส้มีหน้าที่ สังเคราะห์วิตามิน K และ B12 , ช่วยย่อยน้ำตาลส่วนเกิน สร้างกรดแลคติคเพื่อควบคุมมิให้ยีสต์ Candida albicans เติบโตเกินขนาดในลำไส้และภายในช่องคลอด 
 
เมื่อยีสต์ Candida albicans เติบโตเกินขนาดก็จะขยายอาณาเขตของตัวเองออกจากลำไส้เล็กและรุกล้ำเข้าไปในลำไส้ใหญ่ เนื่องจากยีสต์ต้องการอาหารหล่อเลี้ยงมาก มันจึงเพาะตัวแผ่รากทะลวงลึกเข้าไปภายในผนังลำไส้เล็กเพื่อหาทางไปดูดอาหารจากเส้นเลือดโดยตรง ทำให้สารเคมีทั้ง 180ชนิดทะลักเข้าสู่เส้นเลือดได้โดยไม่มีตัวกรองป้องกันอีกต่อไป ก่อให้เกิดการอักเสบขึ้นภายในผนังลำไส้และเส้นเลือด โดยเฉพาะภายในกระแสเลือด สารพิษเหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบอย่างกว้างขวาง มีการหลั่งสารทำให้เกิดการแพ้เช่นฮิสตามีน 
และยังมีสารพิษจำพวก acetaldehyde, alcohol, zymosan, arabinitol, gliotoxin ล่องลอยในกระแสเลือด 
สารAcetaldehydeเป็นผลลัพธ์หลังจากที่ยีสต์ย่อยน้ำตาล มีความเป็นพิษต่อสมองและเนื้อเยื่อต่างๆ
 
นอกจากนี้แล้วสารAcetaldehydeยังเป็นผลลัพธ์หลังจากการทานแอลกอฮอลล์ หลังจากหายใจไอเสียบนท้องถนน หรือสูบบุหรี่ 
 
ยีสต์เองยังทำให้เกิดการหมักจนเกิดแอลกอฮอลล์ในร่างกาย ดังนั้นคนที่มีปัญหายีสต์อยู่แล้วและยังไปดื่มแอลกอฮอลล์ ก็จะยิ่งเพิ่มความรุนแรงขึ้นหลายเท่า ทั้งจากปริมาณแอลกอออลล์และปริมาณ acetaldehyde 
 
ความร้ายแรงของAcetaldehydeยังมีอีกมากเช่น เข้าไปจับตัวกับเม็ดเลือดแดง โปรตีน เอ็นไซม์ ไหลไปตามกระแสเลือด ทั่วร่างกาย สามารถซึมทะลุ blood brain barrier เข้าสู่สมอง ทำลายโครงสร้างเม็ดเลือดแดงทำให้ขนส่งอ็อกซิเจนได้ลดลง ขัดขวางมิให้เม็ดเลือดแดงจับยึดกับอ็อกซิเจน 
สมองเป็นอวัยะต้องใช้อ็อกซิเจนมากถึง 20 %ของปริมาณที่หายใจเข้าไป ดังนั้นปริมาณอ็อกซิเจนหล่อเลี้ยงสมองที่ลดลงจึงเป็นสาเหตุทำให้มีอาการทางสมองติดตามมา
 
Acetaldehyde ยังทำลายเซลล์ประสาท , ทำให้ปริมาณวิตามินที่จำเป็นต่อเส้นประสาทและสมอง เช่น B1 (thiamine) B 3 (niacin), B5 ขาดแคลน ไม่พอเพียง 
 
Zymosan ทำให้เกิดการอักเสบ และเกี่ยวข้องโดยตรงกับ psoriasis.
Arabinitol โจมตีระบบภูมิต้านทาน, ทำลายระบบประสาทและสมอง 
gliotoxin ทำลาย DNA ในเม็ดเลือดขาว
 
นอกจากนี้แล้ว งานวิจัยต่อๆมายังพบว่าแอนตี้บอดี้ที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อควบคุมยีสต์ Candida เหล่านี้ยังมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการของโรคแพ้ภูมิตนเองอีกมาก autoimmune disease.
 
เมื่อยีสต์ Candida albicans เติบโตเกินขนาด ยังมีผลกระทบทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม อ้วน เซลลูไลท์เพิ่ม อีกด้วย เพราะการอักเสบเรื้อรังที่ร่างกายพยายามควบคุม จัดการกับสารพิษจากยีสต์เหล่านี้ทำให้มีของเหลวในขบวนการอักเสบ คั่งอยู่ตามเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆของร่างกายทั่วตัว และมีแก็สอยู่เต็มทางเดินอาหาร 
 
วินิจฉัยโรคด้วยการลองตอบคำถามต่อไปนี้ด้วยตัวคุณเอง 
 
ในอดีต คุณทานยาปฏิชีวนะบ่อยๆใช่ไหม?
คุณยังคงทานยาคุมกำเนิดอยู่ไหม?
คุณมีอาการแพ้เวลาได้กลิ่นจากสถานที่อับชื้นที่มีเชื้อราไหม?
คุณมักมีความรู้สึกอยากอาหารจำพวกขนมปังและนำ้ตาล?
คุณรู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรง บ่อยๆ?
คุณมักมีอาการท้องอืด แก็สในกระเพาะและลำไส้ ลำไส้แปรปรวน ปวดท้อง ?
คุณ(สตรี) มักมีอาการคันบริเวณช่องคลอด หรือตกขาว?
คุณมักมีอาการแสบๆคันๆบริเวณตา ?
 
ทำอย่างไรจึงจะหายขาด ?
 
1.หลีกเลี่ยงอาหาร เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล นมวัว แป้งข้าวสาลี กลูเต็น แอลกอฮอลล์ อาหารหมักดอง 
 
2.เสริมร่างกายด้วยจุลินทรีย์ (Probiotics)กลุ่ม acidophilus และ bifidus หากทานชนิดแคปซูลให้เลือกชนิดที่มี 2พันล้านตัว-1หมื่นล้านตัวต่อแคปซูล 
 
3.ทานอาหารสมุนไพรที่มีฤทธิ์ระงับเชื้อราเช่น กระเทียม น้ำมัน oregano สารสกัดจาก grapefruit seed 
 
4) ออกกำลังกายทุกวันๆละ 30 นาทีเพื่อให้น้ำเหลืองไหลเวียน และเร่งการกำจัดพิษออกจากร่างกาย
 
5) ลดความเครียด ด้วยการทำสมาธิ สวดมนต์ ออกกำลังด้วยการหายใจ โยคะ เพื่อลดปริมาณฮอร์โมน cortisol.
 
6) ลดการใช้ยาปฏิชีวนะลงให้มากที่สุด
 
สาระดีๆจากเวลเนสสองพันสิบสอง

ใส่ความเห็น

*