facebooktwitteryoutube
in ข่าวรายวัน - 09 ก.ค., 2013
by admin - no comments
ชายผู้เป็น ต้นตำรับของสูตรอาหารไขมันต่ำ
Nathan Pritikin (1915 – 1985) นับเป็นบุคคลภายนอกวงการเเพทย์( ทั้งๆที่ไม่จบมหาวิทยาลัย) เเต่มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการกำหนดอาหารเพื่อใช้รณรงค์ต่อสู้กัยการเเพร่ระบาดของโรคหัวใจเเละเบาหวานในอเมริกา 
 
ชายผู้เป็น ต้นตำรับของสูตรอาหารไขมันต่ำ
 
 
เป็นนักประดิษฐ์อัจฉริยะที่มีสิทธิบัตรมากมาย โคจรเข้ามาในวงการเเพทย์ด้วยสถานะผู้ป่วยโรคหัวใจขณะที่อายุได้ 40 ปีต้นๆ เเต่หาญกล้าท้าทายหมอโดยไม่ยอมรักษาอาการคลอเลสโตรอลสูงด้วยยา เเละใช้ตัวเองเป็นสนามทดลองจนท้ายที่สุดก็ดังระดับชาติ มีโอกาสบรรยายสูตรอาหารพิชิตคลอเลสโตรอลจนหายจากโรคหัวใจให้ในการประชุมวิชาการของหมอหลายร้อยคน หลังจากนั้นมาชื่อเสียงเเละผลงานก็ได้รับการชื่นชมจนจัดตั้ง Pritikin Longevity Center ในปี 1976 เเละกลายเป็นสูตรอาหารพิชิตโรคหัวใจเเละหลอดเลือดที่การเเพทย์อเมริกาเเละยุโรปนำไปใช้เป็นต้นเเบบ 
 
สูตรการพิิชิตโรคหัวใจเเละไขมันสูงของเขาก็คือ อาหารไขมันต่ำ มีเเคลอรี่ต่ำๆ เเต่มากด้วยคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ได้ขัดสี ไม่ได้ขัดขาว ผัก ผลไม้ ธัญญพืชมีเมล็ด จากธรรมชาติที่ไม่ผ่านการเเปรรูป ทานเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมันได้เล็กน้อย ดีที่สุดคือเนื้อปลา ดื่มนมไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารทอด ผัด เกลือ ใช้น้ำตาลเทียมเเทนน้ำตาลเเท้ วิธีการทานที่ดีคือ ทานมื้อเล็กๆวันละ 3 มื้อ บวกกับของว่างวันละ 2 ครั้ง เเละออกกำลังกายสม่ำเสมอ (ค่อนข้างมากเช่นเดินทุกวันๆละ 4-6 ไมล์ )
( ดูเเล้วคือสูตรอาหารที่เเพทย์เเละสาธรณสุขบ้านเราใช้กันอยู่) มีการเผยเเพร่มากมายจากหลายๆสถาบันว่าสูตรของเขามีผลช่วยลดอุบัตืการณ์ของโรคหัวใจ โรคอ้วน เบาหวาน ความดันสูง ดีกว่าการใช้ยาลดไขมัน 
 
เเต่น่าเศร้าเเละฉงนเพราะอีกไม่กี่ปีต่อมาเขาก็ล้มป่วยด้วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว มีอาการปวดเเสนสาหัส ซึมเศร้า จนในที่สุดก็ช็อคสานุศิษย์เเละผู้นับถือด้วยการฆ่าตัวตายบนเตียงในโรงพยาบาล เมื่ออายุได้69 ปี 
 
หมายเหตุ : Dr.Mary Enig ที่เป็น ผุ้เชี่ยวชาญด้าน Lipid Biochemist , Maryland University ได้วิเคราะห์เอาไว้ว่าสูตรอาหารไขมันต่ำนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติต้องใช้กำลังใจอย่างมากในการควบคุมตนเองเนื่องจากไม่อิ่มท้องเพราะไขมันไม่พอเพียง ; ทั้งยังทำให้ไม่กระฉับกระเฉง ; อ่อนเเรง ; ขาดสมาธิ ; ซึมเศร้า ; ร่างกายขาดเเร่ธาตุเเละฮอร์โมน (อย่าลืมว่าไขมันเป็นอาหารที่ทำให้อิ่มท้องได้นานที่สุด เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ฮอร์โมน ช่วยลำเลียงดูดซึมวิตามินเเละเกลือเเร่หลายชนิด ) ; น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น(เพราะ ทนหิวไม่ไหวจนต้องกินจุบจิบ) 
 
จนระยะท้ายๆ Pritikinเองก็คงเริ่มตระหนักถึงจุดอ่อนดังกล่าว จึงเริ่มปรับสูตรอาหารใหม่โดยเพิ่มไขมันจากพืชลงไปในเมนูอาหารประมาณ 10% ของปริมาณเเคลอรี่ที่ควรได้รับในเเต่ละวัน Dr.Mary Enig กล่าวว่า”มันไม่คุ้มเอาเสียเลยที่ปลอดภัยจากโรคหัวใจเเละหลอดเลือดเเต่ต่้องเสี่ยงกับมะเร็ง ซึมเศร้า ขาดชีวิตชีวา” 
 
หมายเหตุ : นอกจากนี้ Dr.Mary Enig ยังวิจารณ์เอาไว้ด้วยว่า “อุตสาหกรรมน้ำมันพืชในอเมริกานั้นฉวยโอกาสโหนกระเเสของ Pritikin โดยพยายามโฆษณาให้คนเชื่อว่าน้ำมันพืชจากโรงงานคือไขมันไม่อิ่มตัว (โอเมก้า-6 เเละโอเมก้า-3) ที่เหมาะอย่างยิ่งกับสูตรอาหารไขมันต่ำ ไม่ใช่ไขมันอิ่มตัวที่ Pritikin พยายามให้งดทาน 
 
ทั้งๆที่ความจริงเเล้วสิ่งที่ Pritikin ย้ำนั้นคือเมล็ดธัญญพืชจากธรรมชาติ ที่ยังไม่ผ่านการเเปรรูปหรือเเปรสภาพ เมล็ดธัญญพืชจากธรรมชาตินั้นปกติมี กรดไขมันไม่อิ่มตัว (โอเมก้า-6 , โอเมก้า -9 ,โอเมก้า-3) ปนในเมล็ด เเละเนื้ออยู่เเล้ว ในสภาพธรรมชาติกรดไขมันไม่อิ่มตัวเหล่านี้จะปลอดภัยจากอนุมูลอิสระ เมื่อสัมผัสกับอากาศ Oxidation เเสงสว่าง Photo oxidation โดยทั้งเปลือก กากใย วิตามิน E ธรรมชาติ จะร่วมกันป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ 
 
ตรงกันข้ามกับน้ำมันพืชจากโรงงานที่ตลอดขบวนการผลิต กรดไขมันไม่อิ่มตัวเหล่านี้ต้องสัมผัสทั้ง อากาศ อ็อกซิเจน ความชื้น เเสงสว่าง เเละความร้อน ”

ใส่ความเห็น

*