facebooktwitteryoutube
in ข่าวรายวัน - 20 มิ.ย., 2013
by admin - no comments
เตือน ยาแก้ปวดมีผลข้างเคียงต่อโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ได้
ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nsaids) ที่ใช้กันเกร่อเช่น ibuprofen และ naproxen(มีอีกชื่อการค้าหนึ่งว่า Aleve) เวลาปวดกล้ามเนื้อ ปวดหัว ปวดตามข้อ ปวดประจำเดือน 
 
ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nsaids)

แม้ฉลากยาจะพิมพ์คำเตือนเอาไว้ว่า “ ระวัง การใช้ยาต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและอัมพฤกษ์” แต่ก็ดูไม่มีใครใส่ใจกันนัก เพราะทุกคนที่ทานก็มักคิดว่า “ไม่รู้แหละ ก้อมันหายปวดดีอ่ะ” 

ล่าสุดมีการรวบรวมสถิติจากกลุ่มผู้ป่วยกว่า 350,000 รายจากการศึกษากว่า 600 ครั้ง พบข้อสรุปว่า ผู้ป่วยที่ทานยา ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nsaids)(หมายเหตุ : การศึกษานี้ไม่ได้หมายรวมถึงแอสไพรินเข้าไปด้วย) ทุกวันมีผลเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากขึ้นสามเท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ทาน ยกเว้นว่ายา naproxen ที่ดูเหมือนว่าจะไม่เกิดผลกระทบต่อหัวใจเช่นยาตัวอื่น 

Dr. Marie R. Griffin, แห่ง Vanderbilt University Medical Center ให้ความเห็นว่า “ต้องยอมรับว่ายาแก้ปวดเหล่านี้ไม่สมควรใช้ในรายที่มีอาการปวดเรื้อรัง ”
คุณหมอท่านนี้เพิ่งเขียนบทความลงในวารสาร The Lancet เพื่ออธิบายว่าในรายที่มีอาการปวดเรื้อรัง ไม่ควรใช้ยาแก้ปวดกลุ่มนี้ (ควรใช้เฉพาะกิจ หรือปวดเฉียบพลัน เท่าที่จำเป็นเท่านั้น) ถึงแม้ว่าจะหายปวดแต่มันก็เพิ่มความเสี่ยง

ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nsaids) ได้แก่ ibuprofen ซึ่งขายในชื่อการค้าว่า Motrin ; Advil; และยา naproxen ซึ่งขายในชื่อการค้าว่า Aleve, Naprosyn, Anaprox ; Naprelan; และยา celecoxib ซึ่งมีชื่อการค้าว่า Celebrex แต่ต้องจ่ายโดยใบสั่งแพทย์เท่านั้น 

สาเหตุที่มีคำเตือนเกี่ยวกับผลข้างเคียงดังกล่าวก็เนื่องจาก เมื่อสิบปีที่ผ่านมา มีรายงานการพบว่า ยา Vioxx, Bextra , Celebrex มีผลข้างเคียงทำให้อัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจและอัมพฤกษ์เพิ่มขึ้น จนในที่สุดบริษัท Merck ต้องถอนยา Vioxx ออกไปจากตลาดในปี 2004, และบริษัท Pfizer ต้องถอนยา Bextra ออกไปจากตลาดในปี ถัดมา 

ยา Diclofenac และยา Celebrex จัดเป็นยาที่มีผลข้างเคียงและเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ เจ้าหาที่ของบริษัท Pfizer ผู้ผลิตยา Celebrex ชี้แจงว่า ไม่ควรใช้ยานี้เกินกว่า 400 milligrams ต่อวัน ทั้งยังยืนยันว่ายานี้ไม่มีความเสี่ยงเหมือนยาในกลุ่มเดียวกัน (COX-2 inhibitor) 

ผลข้างเคียงอื่นๆเช่น ยาnaproxen ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะและลำไส้ และยา ในกลุ่ม Nsaids ยังอาจทำความเสียหายแก่ตับ ไต เพิ่มความดันโลหิตได้อีกด้วย 

สำหรับคนที่มีอาการปวดเรื้อรัง เมื่อทราบผลข้างเคียงเหล่านี้
จะ ทำอย่างไรดี :
■ “ สำหรับคนที่หากไม่ทานยาแล้วมีอาการปวดทรมานจนทำงานไม่ได้ มีคุณภาพชีวิตเลวลง ก็ควรทานยาในปริมาณน้อยสุด หรือ ลดความถี่ในการทานยาเท่าที่พอจะคุมอาการได้ เท่านั้น” แนะนำโดย Dr. Steven Nissen, chairman of cardiovascular medicine at the Cleveland Clinic.
■ หากคุณมีโรคหัวใจหรือเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะและลำไส้ ก่อนการใช้ยาดังกล่าวควรปรึกษากับแพทย์เพื่อขอข้อแนะนำหรือทางเลือกอื่นๆที่แพทย์เห็นควร 

จากบทความ The Heart Perils of Pain Relievers 
ใน The NewYork Times

 

 

ดังในข่าวที่แจ้งว่าอันตรายเกิดจากการทานอย่างต่อเนื่อง หากทานเฉพาะครั้งคราว อันตรายก็ลดลง. ทางที่ดีที่สุดควรค้นหาสาเหตุที่ทำให้ปวดอักเสบว่าเกิดจากอาหารชนิดใด(โดยเฉพาะน้ำตาลและน้ำมันพืช)แล้วรีบแก้ไขที่ต้นเหตุ ยาเหล่านี้ใช้เท่าที่จำเป็นจริงๆ

ถ้าสังเกตแล้วว่าปวดหัวเวลาอากาศร้อน. อย่าไปพึ่งยาเลยครับขี่ช้างจับตั๊กแตน ลองสูตรง่ายๆดื่มน้าสัก2แก้วพร้อมกับยาเขียวตราใบโพธิ์หรือฟ้าทะลายโจร หรือดื่มชาคาโมมายล์ เป็นวิธีธรรมชาติปลอดภัย

สาระน่ารู้ดีๆจาก เวลเนสสองพันสิบสอง

ใส่ความเห็น

*