facebooktwitteryoutube
in ข่าวรายวัน - 14 พ.ค., 2013
by admin - no comments
ข้อควรคำนึง การบริโภคกาแฟ

ข้อควรคำนึง การบริโภคกาแฟ

ข้อควรคำนึง การบริโภคกาแฟ
 
เราอาจได้ยินได้ฟังมาแล้วบ้างว่ากาแฟมีคุณค่าชะลอความเสื่อมของเซลล์สมองและประสาททำให้มีประโยชน์ต่อการป้องกันอัลไซเมอร์ได้

รวมถึงมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ช่วยชะลอยับยั้งความเสื่อมต่างๆได้ แต่นั่นหมายถึงคุณค่าที่ได้จากเม็ดกาแฟสดจากธรรมชาติ ที่บดใหม่ในปริมาณที่เหมาะสม (ไม่ควรเกินวันละ 2แก้ว) ผงกาแฟที่บดแล้วไม่ได้สัมผัสกับอากาศ ไม่ได้หมายถึงกาแฟสดที่ปรุงแต่งด้วยนมน้ำตาล ครีม วิปครีม ครีมเทียมตามร้านกาแฟแบรนด์ดังต่างๆ หรือกาแฟสำเร็จรูปมากมายในซอง ในกระป๋องดังที่จำหน่ายในท้องตลาดที่ส่วนผสมร้อยละ40-50 คือครีมเทียมเเละน้ำตาล 
 
วันนี้ลองมาฟังดูว่านอกเหนือจากคาเฟอีนในกาแฟเอง เราควรคำนึงอะไรอีกบ้างในการบริโภคกาแฟ
 
Wellness 2012 
===============================
คาเฟอีน เเละพิษแฝงเร้นในกาแฟ 
 
คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นที่ใช้กันแพร่หลายอย่างยิ่งในโลกปัจจุบัน กาแฟ ชา ชอคโกแลต โกโก้ น้ำอัดลม ยาลดความอ้วน แอสไพริน ยาแก้ปวดชนิดต่างๆ เป็นส่วนประกอบที่ลดอาการไมเกรน ปวดหัว องค์ประกอบของสารสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาข้างต้นนั้นล้วนแต่มีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับคาเฟอีนทั้งสิ้น เช่น ธีโอโบรมีนในโกโก้และช็อคโกแล็ต และ ธีโอไพลีในชา เมื่อในร่างกายมีคาเฟอีนและสารใกล้เคียงเหล่านี้มีมากเกินไปก็ส่งผลอื่นๆ ตามมาเช่น มีความวิตกกังวล กระสับกระส่าย (อยู่ไม่สุข) นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท เป็นอาการเริ่มต้นของโรคหัวใจ กระเพาะอาหารและลำไส้ที่ผิดปกติ อารมณ์เสียง่าย เราจะพบว่า เด็กๆ คือเหยื่อของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เด็กๆ ที่ซุกซนมาก มักจะดื่ม กิน บริโภคผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นประจำ เช่น อาหาร ขนมขบเคี้ยวรสช็อคโกแลต เครื่องดื่มโคล่า
 
กาแฟนั้นมีฤทธิ์ร้อน มีฤทธิ์ในการกระตุ้นประสาท รสหวานขมนั้นมีฤทธิ์ระบาย ที่อดีตที่ผ่านมาเราใช้กาแฟสำหรับปลุกคนจากอาการเมาค้าง กาแฟเคยใช้เป็นยากระตุ้นหัวใจ ใช้รักษาคนที่ถูกงูพิษกัด โรคหอบหืด ดีซ่าน วิงเวียน ปวดศีรษะ แก้เลี่ยน กาแฟช่วยกระตุ้นให้เราตื่นจากความเกียจคร้าน นอกจากนี้กาแฟยังเป็นคล้ายยาระบาย ช่วยกวาดของเสียออกจากลำไส้สำหรับคนท้องผูก
 
เคยมีการกล่าวไว้ว่า กาแฟใช้เป็นยาภายนอกได้คือช่วยลดอาการฟกช้ำ หรือ อาการอักเสบจากแมงกัดต่อย และใช้เป็นยาภายในก็ได้คือใช้เป็นยาระบาย แต่ต้องระวังอย่างยิ่งในการใช้กาแฟกับผู้ที่เป็นโรคหอบหืด และ มะเร็ง 
 
อันตรายที่แท้ของกาแฟและผลิตภัณฑ์จากกาแฟคือ สารเคมีต่างๆ ในกระบวนการเพาะปลูกไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดแมลงจำนวนมาก สารสกัดในกระบวนการทำกาแฟดีแคฟ (กาแฟที่ไม่มีคาเฟอีน) และสารเคมีต่างๆ ในกระบวนการผลิตกาแฟผงสำเร็จรูป (instant coffee) สิ่งเหล่านี้เป็นพิษอย่างแท้จริง (ในกระบวนการผลิตกาแฟดีแคฟ จะต้องใช้ตัวทำละลายและสารสกัดซึ่งเป็นสารในกลุ่มปิโตรเคมี* ผู้แปล)
 
หากเลือกได้เราควรเลือกบริโภคกาแฟอินทรีย ์(organic) เลือกกาแฟเมล็ดเพื่อบดใช้เป็นครั้งๆ จะดีที่สุด อย่าเก็บกาแฟไว้นานๆ อย่าซื้อกาแฟในปริมาณที่มากเกินไป ในกาแฟนั้นมีน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติที่เกิดจากการคั่ว แต่ก็จะทำให้เมล็ดกาแฟมีกลิ่นหืนหากเก็บไว้เป็นเวลานาน หากมีความจำเป็นที่เราจะต้องบริโภคกาแฟที่ไม่มีคาเฟอีน(decaff) ควรเลือกกาแฟดีแคฟที่ใช้กรรมวิธีด้วยการสกัดด้วยไอน้ำ(steam process)
เราทราบกันแล้วว่ากาแฟนั้นมีฤทธิ์เป็นกรด และ มีฤทธิ์ร้อน การบริโภคกาแฟที่มากเกินไป ใช้เครื่องปรุงที่มากเกินไป(นม น้ำตาล ไซรัป ครีมเทียม) จะเป็นผลร้ายตามมา เช่นมะเร็งตับอ่อน โรคหัวใจ ผู้ที่ดื่มกาแฟปริมาณมากเกินไปและดื่มเป็นเวลายาวนานมักจะมีความเสี่ยงที่จะคลอเลสเตอรอลสูงด้วย
 
เรียบเรียงโดย คุณ Arunjitra T-Arj

ใส่ความเห็น

*