นาซ่า(NASA) พร้อมแค่ไหนในการตรวจจับ วัตถุนอกโลก



กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #12112
    avatar
    ayeweb
    Keymaster

    อเมริกา นาซ่าและกรมทหาร พร้อมแค่ไหนในการตรวจจับ ป้องกัน วัตถุจากนอกโลกที่จะนำไปสู่หายนะได้?? เมื่อประมาณ 1 ปีก่อน ผมได้ไปฟังการแถลงต่อสาธารณะที่มหาลัย (Caltech) ของนาซ่า โดยมีนักบินอวกาศนาซ่า 2 คน ผู้บริหารนาซ่า 2 คน และตัวแทนจากกรมทหารอเมกา ตามรูป ผมได้เสาะหาข้อมูลเพิ่มเติมและนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อจะได้ลดความตระหนกของพี่น้องชาวไทยครับ 

    smiley
     
    ตั้งแต่ปี 1998 มา อย่างเป็นทางการ นาซ่าได้ตรวจจับอุกกาบาตขนาดมากกว่า 1 กม. ที่เข้าใกล้โลก (เฉียดผ่าน หรือวงโคจรอาจชน เรียกว่า NEO, Near-earth objects) ซึ่งตรวจเห็น คำนวณ ได้ชัดจากเทคโนโลยีสมัยนี้ ด้วยจุดมุ่งหมายให้ได้ 90% ของพวกมันอย่างต่ำ ซึ่งบรรลุเป้าในปี 2008 ทั้งนี้ผลวิจัยต่างพบว่า หากขนาดเล็กกว่า 1 กม. จะไม่ทำให้เสียหายระดับโลก และ ในปี 2009 นาซ่ายังพบ NEO บางอันที่ขนาด 3 กม. หลงเหลืออยู่ ทำให้ตระหนักกันถึงความสำคัญในการตรวจต่อ ทั้งนี้ พวกนี้ เขาตรวจวงโคจรเคลื่อนที่ของมัน (และโลก) การที่มันจะเข้าใกล้โลกนั้นจึงอาจเป็นอีกหลายสิบปีหรือ 2-3 ปีหน้า และคำว่า "เข้าใกล้" นั้นอาจเป็น 3-4 หมื่น กม. จากโลกหรือมากกว่า (อย่างเจ้า 2012DA14 ที่ผ่านไปวันศุกร์) ซึ่งไม่เป็นอันตรายใดๆ แต่เขาก็คำนวณอย่างระมัดระวังและติดตามพวกมัน เพื่อกันไว้ก่อน และจะคำนวณความเสี่ยงเสมอ แม้แต่ความเสี่ยงแค่ 1 % อเมกาก็จะจัดการกับมัน (ด้วยวิธีข้างล่าง) 
     
    ในปี 2005 สภาคองเกรสของอเมริกายังได้ ผ่าน กม. ด้วยงบประมาณอย่างต่ำหลายร้อยล้านดอลล่าเพื่อตรวจจับ NEOs ที่ขนาด 140 ม. ขึ้นไปอย่างแข็งขัน ให้แล้วเสร็จภายใน 15 ปี ทั้งนี้ขอย้ำว่า วัตถุนอกโลกที่ขนาดเล็กกว่า 40 ม. (อย่างที่ชนรัสเซียนั้น ขนาด 17 ม.) นาซ่าและองค์กรอวกาศไหนๆก็ตรวจจับได้ยากมากในอวกาศ แต่ข่าวดีก็คือมันระเบิดไม่รุนแรงมากนักเสียหายแค่เมืองๆนึงอย่างมากสุดหากระเบิดบนพื้น (ส่วนใหญ่ระเบิดกลางอากาศ) นาซ่าได้ฟันธงว่า ขนาดอุกกาบาตที่จะทำให้เป็นห่วงระดับวงกว้าง และต้องจัดการกับมัน ไม่ให้มาชน คือขนาด 140 ม. ขึ้นไป……. ณ วันนี้ นาซ่าพบ NEOs ทั้งหมด 9721 ชื้น และ 862 ชิ้นมีขนาดมากกว่า 1 กม. และ 1379 ชิ้น ถือว่ามีความเสี่ยงสูง (เข้าใกล้โลกในระยะ 7.5 ล้าน กม. และใหญ่กว่า 140 ม. ซึ่งเผื่อไว้เหลือเฟือ) นอกจากอุกกาบาต (asteroids) พวกนี้แล้ว ซึ่งวิ่งอยู่ในระบบสุริยะภายในดาวอังคารกับดาวพฤหัสและกระดอนมายังโลก ที่นาซ่าได้ตรวจจับด้วยก็คือดาวหาง (comets) ซึ่งมีน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบด้วย ซึ่งพวกนี้วิ่งมาจากนอกระบบสุริยะของเรา และเร็วแรงกว่า หากชนเสียหายมากกว่า
     
    เทคนิคในการจัดการกับ NEO นั้นเสนอกันหลายแบบในการจะเบี่ยงเบนวงโคจรของมันไม่ให้มาทางโลก แบ่งเป็น 1. การทำลาย (ให้มันแตกหรือเผาไหม้ในบรรยากาศโลก) และ 2. การทำให้มันล่าช้า จะได้ไม่วิ่งมาตัดวงโคจรโลกเรา…… การทำลายนั้นดูเหมือนง่ายและประหยัด ผลเร็ว แต่ใช้ไม่ได้กับทุก NEOs เพราะหลายๆ NEO นั้นมันประกอบด้วยเศษหินหลายอันจับรวมกันหลวมๆด้วยแรงดึงดูด (gravity) เรียกว่า "กองยาง" (rubble piles) ซึ่งระเบิดนิวเคลียร์อาจทำได้แค่ให้มันแยกจากกัน แต่ไม่ได้เปลี่ยนทิศทางวิ่ง ชิ้นไหนก็ตามที่ใหญ่กว่า 35 ม จะเผาไม่หมดในบรรยากาศโลกและชนผิวโลกได้ ทั้งนี้ หากไม่ใช่ rubble piles ระเบิดนิวเคลียร์น่าจะได้ผลดี เร็ว นาซ่ารู้ว่าอุกกาบาตอันไหนเป็น rubble piles หรือไม่โดยดูจากความหนาแน่นของมัน rubble piles จะมีช่องว่างเยอะ หนาแน่นต่ำ 
     
    มีอีกหลายวิธีอื่น เช่น 1. วิธีพุ่งเข้าชน โดยส่งยานอวกาศไปชนมัน (หรือดึงอุกกาบาตอื่นให้ไปชนมันในอวกาศ) ซึ่งองกรศ์อวกาศยุโรปได้เตรียมทดลองวิธีนี้ในปีนี้เพื่อดูว่าได้ผลแค่ไหนกับอุกกาบาตพเนจร 2. ใช้ยานอวกาศแบบหนักไปใกล้มันและบินไปกับมันให้แรงดึงดูดค่อยๆเบี่ยงวงโคจร ซึ่งใช้เวลาหลายปี แต่น่าได้ผลดีกับ rubble piles 3. ใช้เลนส์ขนาดยักษ์ (แว่นขยาย)ทำให้แสงรังสีจากดวงอาทิตย์เผามันทีละนิดและเบี่ยงเบนวงโคจรเพราะมวลเปลี่ยนไป 4. เอาไอพ่นเครื่องยนต์ยานบินไปติดมันเลย 5. เอาสีขาวไปเขวี้ยงใส่มันให้ทั่ว ซึ่งสีขาวจ้าจะสะท้อนรังสีจากดวงอาทิตย์ได้ดีและเกิดแรงดันช้าๆ ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่เห็นได้จากดาวเทียมบางอันที่หลุดวงโคจรโลก วิธีนี้ชนะการประกวดจาก U.N. นะครับ จาก นศ. ป เอก เกาหลีที่ MIT แต่วิธีนี้อาจใช้เวลา 10-20 ปีในการเคลื่อนอุกกาบาตขนาดมากกว่า 1 กม.
     
    ทั้งนี้ นาซ่าอัพเดทขนาดของสะเก็ดดาวตก (meteoroid) ที่ลงรัสเซียวันศุกร์เป็น 17 ม. หนัก 1000 ตัน ระเบิดเท่าอาวุธนิวเคลี่ยร์ฮิโรชิม่า 10 ลูก โดยใช้ข้อมูลจากสถานีตรวจคลื่นความถี่ต่ำ (infrasound) ของวัตถุระเบิด เพื่อจับการทดลองนิวเคลียร์ของชาติต่างๆทั่วโลก และอัพเดทความบ่อยของเหตุการณ์แบบขนาดนี้ที่จะชนโลกเป็นทุกๆ 50-100 ปี แม้ว่าส่วนใหญ่จะลงแถวมหาสมุทร ป่าเขา ทะเลทราย หากลงกลางเมืองใหญ่ก็แย่หน่อย ทั้งนี้ที่ลงรัสเซียมันห่างเมืองที่คนเจ็บ 1000 คนไป 200 กม. และยังระเบิดที่ความสูง 22 กม. จากพื้นอีกด้วยเพราะช๊อค ทำให้เสียหายน้อยลง
     
     
     
    เมื่อเทียบกับอุกกาบาตที่ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธ์เมื่อ 66 ล้านปีก่อนที่ขนาด 10 กม. ที่พบหลุมที่เม็กซิโก ขนาดพวกนี้จึงจิ๊บจ๊อยไปเลย ซึ่งคราวหน้าผมจะมาเล่าถึงมันให้ฟังว่าเกิดอะไรบ้างในตอนนั้น จากการศึกษาอันละเอียดของนักวิทย์ทั่วโลก
กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้

แจ้งเตือน: กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อการใช้งานภายในเว็บไซต์ที่สมบูรณ์

Thlive.com อัพเดทสาระน่ารู้ ข่าวสาร เรื่องเด่น เรื่องดัง ทันกระแสแบบสดๆกันเลย

Copyright 2015 © All right reserved.