ข้อคิดชีวิตดีๆ จากไข่ (อยากให้ทุกคนได้อ่าน)



ติดป้ายกำกับ: , ,

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #27091
    avatar
    admin
    Keymaster

    ทำไมอาจารย์ศุภวรรณสอนให้ตบๆตีๆ?

    ข้อคิดชีวิต

    ผู้ที่เคยเข้าอบรมคอร์สพาตัวใจกลับบ้านกับอาจารย์ศุภวรรณมาก่อน ล้วนทราบดีว่าดิฉันมักเริ่มการปฏิบัติสติปัฏฐานโดยการให้เอาสองมือตบลงไปที่ต้นขาแรงๆจนเจ็บ รวมทั้งการตบใบหน้า แขน ท้อง และขาด้วย แล้วแต่โอกาสและสถานการณ์ หลายท่านคงสงสัยว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น เพราะนั่นมิใช่การปฏิบัติที่เป็นไปตามประเพณี (unconventional) 

    ไข่ขาว-ไข่แดง

    ปรบมือให้ แจ่มมาก

    สาเหตุที่ให้ตบๆตีๆนั้น เพราะต้องการแยกแยะสภาวะจิตให้ออกจากใจก่อน หรือแยกไข่ขาว ออกจากไข่แดง 

    จิตใจของคนเดินถนนทั่วไปในกลุ่มขนโคนั้น เปรียบเหมือนไข่เจียวที่ทั้งไข่แดงไข่ขาวถูกตีเข้ากันหมดจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน แยกออกไม่ได้

    ชาวตะวันตกจึงใช้คำๆเดียวว่า mind แม้คนไทยเราก็ใช้คำว่า จิตใจ เหมือนเป็นสิ่งๆเดียว 

    แต่ที่จริงแล้ว จิตใจ เป็นคำควบของสองคำ คือ จิต กับ ใจ สามารถเปรียบเทียบเป็น ไข่ขาว กับ ไข่แดง เป็นสองส่วนซึ่งแตกต่างกันโดยคุณสมบัติตามธาตุของมัน 

    ผู้ที่คุ้นเคยกับงานสอนของดิฉันจะรู้จักคำว่า ทอมกับเจอรี่ และรู้ว่า 

    มาบัดนี้ จะเพิ่มการเปรียบเทียบกับไข่เข้าไปด้วยเพื่อความชัดเจน นั่นคือ

    จิต = เจอรี่ = ไข่ขาว 
    ใจ = ทอม = ไข่แดง 

    ข้อคิดชีวิตดีๆ จากไข่

    แต่ไข่ขาวในที่นี้จะเพิ่มฐานของสติหรือบ้านของใจเข้าไปด้วยซึ่งมี ลมหายใจ การเคลื่อนไหว ความรู้สึกส่วนกาย 
    เปรียบเทียบจากภาพนี้ ไข่ขาวส่วนใสยังไม่สุกเป็นเจอรี่ ไข่ขาวส่วนที่สุกแล้วเป็นหน้าตาของฐาน ๑_๒ หรือ บ้าน ๑_๒ ของตัวใจ

    ไข่ขาว = เจอรี่ + บ้าน ๑-๒ 
    ไข่แดง = ทอม ธาตุรู้ ตัวใจ ตาใจ สติ

    ทำไมให้ตบๆตีๆ

    การทำเช่นนี้ จะช่วยเปลี่ยนสภาพจิตใจโดยเฉพาะของคนที่เพิ่งเข้าอบรมเป็นครั้งแรกจากสภาวะที่เป็นไข่เจียว ให้เป็นไข่ดาวก่อน คือ อย่างน้อย ให้รู้ว่ามีไข่แดงที่ต่างจากไข่ขาวก่อน ถึงแม้ทั้งสองส่วน(ไข่แดงไข่ขาว)จะอยู่ด้วยกันก็ตาม 


    การเอาตาใจมาปักลงที่ฐานอันคือความเจ็บหลังการตบๆตีๆตามส่วนต่างๆของร่างกายนั้น เท่ากับการเน้นให้ผู้ปฏิบัติเคยชินกับการเอาไข่แดงมาใช้เป็นตาใจหรือธาตุรู้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธาน และมองไปยังไข่ขาวอันคือ ความเจ็บ ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน ถึงแม้ยังมีไข่ขาวบางส่วน (เจอรี่) ที่ล้อมรอบไข่แดงอยู่ ก็ไม่เป็นไรในตอนแรก 

    เตรียมการ “หลุดพ้น”

    สำหรับคนที่มาอบรมกับดิฉันเป็นครั้งแรกนั้น เป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องแยกประธาน (ไข่แดง) ออกจากกรรม (ไข่ขาว) ให้เด่นชัดก่อน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติชินต่อการใช้ธาตุรู้ ตาใจ หรือ สติ เพื่อจะได้ง่ายต่อการปฏิบัติสติปัฏฐานต่อไป จุดนี้นับเป็นขั้นตอนแรกของการปฏิบัติเพื่อ “หลุดพ้น” จากความทุกข์อย่างถาวรในอนาคต เป็นการสร้างทางลัดในการเดินตามทางสายเปลี่ยวนี้

    สภาวะหลุดพ้นคือ การหลุดออกจากกันระหว่างจิตกับใจซึ่งถูกดูดตรึงเข้าหากันด้วยอำนาจของกิเลส ตัณหา (ที่มากับเจอรี่) และอุปาทาน คือ การหลงเข้าใจผิดว่าเจอรี่เป็นของจริง เชื่อถือได้ แต่คุณสมบัติของเจอรี่เป็นมายา และหลอกลวง

     

    การแยกจิตกับใจเป็นไข่ขาวไข่แดงเท่ากับเป็นการเริ่มเลาะ หรือเริ่มทำลายพลังสนามแม่เหล็กระหว่างจิตกับใจให้หลุดร่อนออกจากกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องเข้าใจว่า นี่เป็นการสร้าง “ทางลัด” ไปนิพพาน เป็นเรื่องที่ไม่มีใครสอนในโลกนี้ ส่วนมากจะเน้นให้นั่งนิ่งๆดูลมหายใจอย่างเดียว

    ครั้นสามารถใช้ไข่แดงดูไข่ขาวอันมีลมหายใจ การเคลื่อนไหว ความรู้สึกส่วนกายแล้ว เมื่อทักษะการเอาสติมาปักที่ฐานดีขึ้น ชำนาญมากขึ้น สภาวะไข่ดาว ก็จะค่อยๆแยกออกมาอีกเป็น ไข่ขาว ไข่แดงที่ชัดเจน 

    ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ค่อยๆก้าวไปสู่การฝึกฐานที่สาม ไข่ขาวก็จะกลายเป็นเจอรี่ ที่ไข่แดงสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ในที่สุด นามธาตุทั้งสองส่วนนี้จะแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาดและสิ้นเชิง ซึ่งเป็นสภาวะ จิต-ใจ ของพระอรหันต์ขีณาสพทั้งหลาย นั่นคือ สภาวะหลุดพ้นจากความทุกข์

    เกิดอะไรขึ้นถ้าไม่แยกไข่ขาวไข่แดง

    อย่าลืมว่า จิต-ใจ เป็นนาม ไม่มีรูปร่าง และอยู่ในกายเนื้อของเรา เป็นเรื่องนามธรรมที่อธิบายยากที่สุด แต่ก็มีความสำคัญมากที่สุดด้วย ฉะนั้น การอธิบายโดยเปรียบเทียบพร้อมมีเครื่องมือชี้ให้เห็นจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากที่จะช่วยให้เข้าใจวิธีการปฏิบัติได้ดีขึ้น อันนำไปสู่การเกิดปัญญา เห็นการทำงานของจิตใจ จึงจะปล่อยวางความคิด (เจอรี่) ได้ดีขึ้น การปล่อยวางปัญหาชีวิตที่มากับเจอรี่ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายหากไม่เห็นความเป็นมายาของเจอรี่

    หากไม่มีการแยกไข่แดงออกจากไข่ขาวเสียก่อนแล้ว ผู้ปฏิบัติส่วนมาก สำหรับผู้มีบุญบารมีมาก ก็จะเริ่มฝึกสติปัฏฐานสี่ในลักษณะที่จิตใจเป็นไข่ดาว ซึ่งนับว่ายังดีมากอยู่ อย่างน้อยยังเห็นความแตกต่างของนามธาตุทั้งสอง

    แต่หากใครมีบารมีน้อย ไม่เคยเดินทางสายเปลี่ยวนี้มาก่อน ก็จะเริ่มปฏิบัติสติปัฏฐานด้วยจิตใจที่ยังเป็นไข่เจียว 

    ซึ่งจะยากมากสำหรับคนกลุ่มนี้ ผู้ฝึกจะมีสติปักอยู่กับฐานได้ยาก ฟังคำสอนของครูบาอาจารย์ไม่เข้าใจ ถ้าไม่ได้สนใจและตั้งใจจริงๆแล้ว จะไม่อดทนเรียนรู้ต่อไป ทำให้พลาดโอกาสทองในการแหกคุกชีวิตที่ควรได้รับถ้าเขาฟังรู้เรื่อง 

    ครูบาอาจารย์ส่วนมาก เมื่อเข้าสู่เรื่องการฝึกวิปัสสนา ก็มักให้ดูลมหายใจเลย โดยไม่มีการแยกแยะประธาน (ผู้ดู) ออกจากกรรม (สิ่งที่ถูกดู) จึงทำให้การปฏิบัติก้าวหน้าช้า หรือไม่ก้าวหน้าเลยในบางคน 

    ผลดีจากการตบๆตีๆ

    การตบๆตีๆเพื่อให้เกิดความเจ็บยังสามารถช่วยให้การเอาสติหรือตาใจมาปักลงที่ฐานได้ง่ายมากขึ้น เพราะความเจ็บของตัวกายเป็นฐานของสติหรือไข่ขาวที่เด่นมาก เกิดการแยกแยะไข่ขาวออกจากไข่แดงได้ง่าย 

    ดิฉันจึงเอาการตบๆตีๆมาเน้นให้คนรู้เรื่องอายตนะที่ ๖ ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับการทำความรู้จัก ตัวใจ ตาใจ ธาตุรู้ สติ แมวทอม ซึ่งบัดนี้คำว่า ไข่แดง ได้กลายเป็นอีกคำหนึ่งที่เพิ่มเข้าไปในพจนานุกรมของดิฉันแล้ว 

    จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การอธิบายเช่นนี้จะช่วยตอบคำถามของผู้ที่สงสัยเรื่องการตบๆตีๆได้

    ศุภวรรณ กรีน
    ๑ เมษายน ๒๕๕๗

    สุดยอดมาก

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้

แจ้งเตือน: กรุณาเข้าสู่ระบบ เพื่อการใช้งานภายในเว็บไซต์ที่สมบูรณ์

Thlive.com อัพเดทสาระน่ารู้ ข่าวสาร เรื่องเด่น เรื่องดัง ทันกระแสแบบสดๆกันเลย

Copyright 2015 © All right reserved.