facebooktwitteryoutube
in ข่าวรายวัน - 13 ก.ค., 2013
by admin - no comments
อาหารอะไร ทําให้อ้วน มากกว่ากัน Low fat, Low carb, Low GI
อาหารอะไรทำให้อ้วนมากกว่ากัน? 
Low fat หรือ Low carb หรือ Low GI ??
====================
 
Low fat, Low carb, Low GI
 
แคลอรี่ คือหน่วยความร้อนของน้ำ ๑ ควอร์ตสู่จุดเดือด แคลอรี่จะถูกปล่อยออกมาเมื่อโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และแอลกอฮอล์ ผ่านกระบวนการเมตาบอลิซึมในร่างกาย 
 
เมื่อก้าวสู่ยุคซึ่งผู้คนกำลังมึนงงกับปรากฏการณ์โรคอ้วนที่แพร่ขยายไปทั่วโลก ทำให้การค้นคว้าเรื่องแคลอรี่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และพบว่า ข้อมูลใหม่ ไม่ตรงกับสิ่งทีเราเคยเรียนรู้
 
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย เวกฟอร์เรสต์พบว่า 
•ลิงที่ได้รับปริมาณแคลอรี่จากไขมันเท่ากัน แต่แคลอรี่ที่ได้รับจากไขมันทรานส์จะมีน้ำหนักตัวมากกว่าไขมันธรรมชาติ 4 เท่า เส้นรอบเอวมากกว่า 30%
•ผู้ที่กินอาหารซึ่งผ่านกระบวนการซับซ้อน* หรืออาหารฟาสฟูดส์ 500 แคลอรี่ จะส่งผลต่อร่างกายต่างจากการกินธัญพืช ผัก และผลไม้ 500 แคลอรี่เท่ากัน
 
ดร.เดวิด ลุดวิก รพ.เด็กบอสตัน นำผู้ที่เป็นโรคอ้วนและได้รับการบำบัดจนน้ำหนักลดลงแล้ว เข้ารับการทดลองโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มโดยให้ทดลองกิน อาหารไขมันต่ำ (low-fat) อาหารแป้งต่ำ (low-carb) และ อาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ** (low-glycemic index) เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า
 
1) ผู้ที่กินอาหารไขมันต่ำ Low Fat มีการเผาผลาญแคลอรี่น้อยที่สุด และ น้ำหนักตัวกลับมาอีกครั้ง
 
2) ผู้ที่กินอาหารแป้งต่ำ Low Carb มีการเผาผลาญแคลอรี่มากที่สุด แต่ฮอร์โมนเครียดเพิ่มขึ้น มีการอักเสบเพิ่มขึ้น 
 
3) ผู้ที่กินอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ Low GI แม้ว่าการเผาผลาญแคลอรี่จะน้อยกว่าอาหารแป้งต่ำ แต่ไม่มีความเครียด และ โรคที่เกิดจากความเครียด
 
นอกจากนี้ ปัญหาของแคลอรี่คือ คนส่วนใหญ่นึกภาพไม่ออก นักวิจัยจึงทดลองการติดฉลากบอกปริมาณแคลอรี่ ด้วย เวลาการวิ่งเพื่อเผาผลาญอาหาร เช่น จ็อกกิ้ง 50 นาที เพื่อเผาผลาญพลังงานจากน้ำอัดลม 1 กระป๋อง..ปรากฏกว่าเมื่อใช้ระบบการติดฉลากแบบนี้ ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจ พบว่าวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของน้ำอัดลม หันไปดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม ส่งผลให้ยอดขายลดลง 50% (การติดฉลากแบบนี้จึงเป็นไปไม่ได้….หึ หึ)
 
ซินเทีย แซสส์ นักโภชนาการด้านการลดความอ้วนกล่าวว่า “ฉันไม่ได้บอกให้เราเพิกเฉยกับแคลอรี่ แต่อย่าไปหมกมุ่นกับมันมาก เลือกอาหารสด อาหารในสภาพธรรมชาติดั้งเดิม อาหารจำพวกแป้งไม่ขัดขาว กินอาหารเช้า กินอาหารเป็นเวลา ใส่ใจกับการกิน หยุดกินเมื่ออิ่ม …เมื่อคุณฟังเสียงร่างกายดีๆ มันจะบอกคุณเองว่า ร่างกายต้องการอาหารเท่าไร แค่ไหน ไม่ต้องกังวลกับตัวเลข”
 
หมายเหตุ *อาหารผ่านกระบวนการซับซ้อน อาจหมายถึง อาหารแปรรูปในระบบอุตสาหกรรมเช่นอาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง และอาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารเหล่านี้มักจะปรุงรสมาก ใช้วัตถุปรุงรส วัตถุกันเสียง วัตถุปรุงแต่งสี กลิ่น รส มีผลให้เรามักจะรับประทานมากเกินอิ่ม กินจนเพลิน 
 
นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบย่อยและการขับถ่ายของเสียของร่างกายด้วย หรือกระบวนการซับซ้อนนี้อาจจะหมายถึง การรับประทานอาหารปรุงแต่งมาก เช่น แฮมเบอร์เกอร์หนึ่งชิ้นพร้อมน้ำอัดลม 1000 แคลอรี่ ส่งผลต่อร่างกายต่างจากข้าวกล้องราดผัดผัก และผลไม้ 1000 แคลอรี่นมหนึ่งแก้วพร้อมคอนเฟล็ก 500 แคลอรี่ ส่งผลต่อร่างกายต่างจาก ข้าวต้มปลา 1 ชาม 500 แคลอรี่
 
หมายเหตุ **ดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) หมายถึงอัตราการขึ้นของน้ำตาลในเลือดหลังจากรับประทานอาหาร นั้นๆ 1-2 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับการรับประทานน้ำตาล glucose ดังนั้นค่า GI ของกลูโคสจึงเท่ากับ 100 (แต่ก็มีบางสำนักที่ใช้ค่า GI ที่เทียบจากขนมปังแป้งขาว ซึ่งหากเทียบจากค่า GIขนมปังแป้งขาวเท่ากับ 100, GI ของกลูโคสจะขยับไปที่ 140 )
 
อาหารที่มี GI ต่ำ อาหารที่มี GI ต่ำจะถูกย่อยช้า ทำให้กลูโคสถูกปล่อยเข้าไปในกระแสเลือดอย่างช้าๆ ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะขึ้นช้าไปด้วย
ค่า < 55 = GI ต่ำ
ค่า 56-69 = GI ระดับกลาง
ค่า 70-100 = GI สูง
 
ตัวอย่างค่าเฉลี่ยดัชนีน้ำตาล น้ำตาลทราย 68 น้ำผึ้ง 55 ส้มโอ 25 เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 22 ถั่วเหลือง 15-20
====================================
 
คุณ Arunjitra T-arj เขียนเพิ่มเติมและเรียบเรียงใหม่จากต้นฉบับ
“ ความงงงวยในแคลอรี่” ของ ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์นิตยสารสารคดี ฉบับ๓๔๐ Green Living

ใส่ความเห็น

*